โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

Navigation

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์ฯ มาบเอื้อง ๐๓๘-๒๖๓๐๗๘ (แผนที่)


User login

บทความ

  • เมื่อมีข่าวว่า ต่างชาติจะเข้ามาทำนาในเมืองไทย ในฐานะที่เกิดเป็นคนไทยและเป็นเกษตรกร เป็นชาวนา อาจารย์ยักษ์เริ่มตั้งคำถามกับตนเองว่า “ตอนนี้ประเทศไทยยากจนลงขนาดจะรักษาผืนดินที่เป็นรากฐานของอาชีพเกษตรกรไม่ได้อีกแล้วเชียวหรือ”
  • “คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2544 มีนโยบายเกษตรกรรมในอันที่จะส่งเสริมการทำเกษตรแบบผสมผสาน เกษตรกรรมทางเลือกและเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ให้แก่เกษตรกร ชุมชนเกษตรกร และจะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานแปรรูป และบรรจุภัณฑ์ของสินค้าเกษตรอินทรีย์ในตลาดให้เป็นศูนย์กลางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
  • โศกนาฏกรรมภัยพิบัติธรรมชาติที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็น พม่า จีน หรือ สหรัฐอเมริกาล้วนตอกย้ำถึงสภาวะความสัมพันธ์ที่ “เสียสมดุล” ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติที่มากขึ้นเรื่อยๆ
  • ผู้บริหารของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติและได้ยอมรับถึงความรู้มากมายจากการประชุม รวมถึงยอมรับว่าไม่เคยตระหนักมาก่อนว่า “ดิน” จะมีความสำคัญกับการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ชนิดที่แยกกันไม่ออกอย่างนี้
  • อาจารย์ยักษ์ได้ขายฝันถึงชุมชนคนรักษ์โลก Eco Village ใน 2 สัปดาห์ที่แล้ว ได้พูดถึงแนวคิดและรูปธรรมที่จะเกิดขึ้นในชุมชนแห่งนี้ ภาวะแปรปรวนทางธรรมชาติโดยเฉพาะดินฟ้าอากาศในระยะนี้ยิ่งทำให้คิดว่าการสร้างชุมชนคนรักษ์โลกขึ้นมาใหม่มิใช่สิ่งที่เป็นแค่ความฝันอีกต่อไป
  • เราได้เกริ่นนำถึงแนวคิด Eco Village ชุมชนคนรักษ์โลกไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เริ่มมีผู้คนให้ความสนใจกับชุมชนนี้เพราะทุกคนต่างตระหนักถึงภัยพิบัติที่ใกล้ตัวเข้ามาทุกที เราลองมาวาดภาพในรายละเอียดกันว่า Eco Village ในฝันแห่งนี้จะมีหน้าตาอย่างไร
  • ตั้งแต่เริ่มต้นปีใหม่มานี้ ทุกคนคงรู้สึกตรงกันว่า โลกใบนี้สวยสดงดงามน้อยลง ความน่าอยู่ของโลกใบนี้น้อยลง เรื่องเลวร้ายถาโถมผู้คนเข้ามาเป็นระลอกระลอก เราพบกับวิกฤตสี่ด้านที่พระองค์ท่านเคยเตือนประชาชนไว้ พร้อมๆ กัน
  • ใครที่เคยเดินลัดเลาะไปตามท้องทุ่งในชนบทอาจจะเคยชินกับภาพที่ข้าวขึ้นข้างกองฟางโดยไม่มีใครเคยให้ปุ๋ยให้น้ำเลย แต่ข้าวกลับงอกงามแตกกอใหญ่โตแข็งแรง นี่คือสิ่งที่ธรรมชาติได้สรรสร้างให้ หากเราเพียงเข้าใจและรู้จักเลียนแบบธรรมชาติเราก็จะได้ข้าวที่อุดมสมบูรณ์โดยไม่ต้องลงทุนลงแรงมากนัก และหากเราไม่ละโมบโลภมาก ตาโตต้องการแต่เงิน เราก็จะมีข้าวสะอาดปราศจากสารพิษกินอย่างเพียงพอ และไม่เบียดเบียนให้โลกใบนี้ต้องเดือดร้อนดังเช่นเหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
  • ราคาข้าวที่สูงระดับหมื่นบาทต่อตัน ซึ่งถือเป็นราคาข้าวสูงที่สุดชนิดที่ชาวนาไม่เคยได้รับมาก่อน จนดูเหมือนนาข้าวกลายเป็นแหล่งทองคำที่ต้องเฝ้าระแวดระวังจากโจรผู้ร้าย แต่ข้าวแพงแม้จะเป็นสิ่งที่ควรดีใจแทนชาวนา แต่ก็จะก่อให้เกิดวัฎจักรของความชั่วร้ายที่จะตามมาอีกหลายประการ
  • ในยุคโลกาภิวัฒน์ที่ผู้คนยกเอา “เงิน” เป็นที่ตั้ง เวลากระทำการใดๆ เรามักจะได้ยินคำถามที่ว่า “คุ้มทุน” หรือไม่ การลงทุนก็ต้องให้ได้กำไรกลับคืนมาให้คุ้มทุนที่ลงไป หากดีดลูกคิดแล้วไม่คุ้มทุนก็ถือเป็นโครงการที่ไม่น่าลงแรงทำ