โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

Navigation

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์ฯ มาบเอื้อง ๐๓๘-๒๖๓๐๗๘ (แผนที่)


User login

บทความ อ.ยักษ์

  1. หลังจากที่ได้พลพรรคหนึ่งโหลโสถิ่มแล้วก็ต้องตั้งมั่นว่าจะพัฒนาศูนย์ฝึกกันให้เต็มที่ ให้เป็นที่พึ่งของชาวบ้านที่วันนี้หันไปทางไหนก็มีแต่หนี้สินอยู่ลำบาก ข้าวปลาไม่มีจะกินให้ได้ ปีนี้ทางอีสานข้าวเสียหายรุนแรง ที่ได้ผลผลิตก็ลีบเล็ก ไม่เห็นใครจะมาช่วยเหลือได้ทัน

    อาจารย์ยักษ์เล่าเรื่องการรวมพลของชาวกสิกรรมธรรมชาติอีสานให้ได้หนึ่งโหล ว่าจะกอดคอกันโสถิ่ม เอาบ้าน เอาเมืองให้รอดมาแล้วสองตอน ขณะเขียนตอนที่ 3 นี้ก็กำลังเดินทางขึ้นเหนือไปเยี่ยมเครือข่ายภาคเหนือโดยมีหลวงพ่อสังคมจาก วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม อ.สะเมิง ลงมารับถึงกทม.

    แหล่งที่มา: 
    พอแล้วรวย คมชัดลึก วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม 2555
  2. อาจารย์ยักษ์พูดถึงสวนยางบนภูเขาภาคอีสานไว้เมื่อตอนที่แล้ว ยังยืนยันว่าสวนยางไม่ใช่ป่า โดยเฉพาะเมื่อลุยปลูกสวนยางจำนวนมากบนภูเขา อย่างที่จังหวัดเลยนั้นได้รับทราบข้อมูลจากกำนันแสวง ประธานชมรมผู้ใหญ่บ้านของจังหวัดประมาณการให้ฟังว่า สวนยางเกิดขึ้นแล้วเกินกว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่เกษตรที่มีอยู่ ก็แทบจะทำนายอนาคตได้เลยว่าเมื่อฝนตกน้ำหลาก จะเกิดดินถล่มพัดเอาตอสวนยางที่โตแล้วระดับหนึ่งลงมาถล่มบ้านคนเหมือนที่เคยเกิดขึ้นแล้วในภาคใต้แน่นอน

    อาจารย์ยักษ์พูดถึงสวนยางบนภูเขาภาคอีสานไว้เมื่อตอนที่แล้ว ยังยืนยันว่าสวนยางไม่ใช่ป่า โดยเฉพาะเมื่อลุยปลูกสวนยางจำนวนมากบนภูเขา อย่างที่จังหวัดเลยนั้นได้รับทราบข้อมูลจากกำนันแสวง ประธานชมรมผู้ใหญ่บ้านของจังหวัดประมาณการให้ฟังว่า สวนยางเกิดขึ้นแล้วเกินกว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่เกษตรที่มีอยู่ ก็แทบจะทำนายอนาคตได้เลยว่าเมื่อฝนตกน้ำหลาก จะเกิดดินถล่มพัดเอาตอสวนยางที่โตแล้วระดับหนึ่งลงมาถล่มบ้านคนเหมือนที่เคยเกิดขึ้นแล้วในภาคใต้แน่นอน เพราะว่าต้นไม้อะไรก็ตามที่ปลูกด้วยระบบพืชเดี่ยว คือปลูกพืชชนิดเดียวในพื้นที่ระบบรากจะไม่ได้สานกันแน่นหนาแต่จะเป็นรากชนิดเดียว ไม่เหมือนรากของต้นไม้ในป่าซึ่งมีหลากระดับส

    แหล่งที่มา: 
    พอแล้วรวย คมชัดลึก วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2555
  3. ช่วงระยะหนึ่งปีมานี้ อาจารย์ยักษ์รู้สึกได้กับเรื่องของภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นกับคนไทยชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งภัยพิบัติธรรมชาติ ทั้งโรคระบาด ทั้งความอดอยาก ทั้งความขัดแย้งทางความคิดซึ่งจะลุกลามเป็นปัญหาของสังคมในอนาคต และได้ลุกขึ้นชักชวนสมาชิกในเครือข่ายช่วยกันขบคิดหาทางที่จะป้องกันปัญหาหรือแม้ว่าหากป้องกันไม่ได้ก็ควรจะได้คิดว่าท่ามกลางสภาวการณ์เช่นนี้ “จะอยู่กับมันได้อย่างไร”

    ช่วงระยะหนึ่งปีมานี้ อาจารย์ยักษ์รู้สึกได้กับเรื่องของภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นกับคนไทยชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งภัยพิบัติธรรมชาติ ทั้งโรคระบาด ทั้งความอดอยาก ทั้งความขัดแย้งทางความคิดซึ่งจะลุกลามเป็นปัญหาของสังคมในอนาคต และได้ลุกขึ้นชักชวนสมาชิกในเครือข่ายช่วยกันขบคิดหาทางที่จะป้องกันปัญหาหรือแม้ว่าหากป้องกันไม่ได้ก็ควรจะได้คิดว่าท่ามกลางสภาวการณ์เช่นนี้ “จะอยู่กับมันได้อย่างไร”

    แหล่งที่มา: 
    พอแล้วรวย คมชัดลึก วันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2555
  4. ตอนที่แล้วเล่าเรื่องการพัฒนาสังคม จาก “โอ่ง” สู่ “อ่าง” เป็นงานเขียนและเรื่องเล่าที่อาจารย์มักจะใช้สอนลูกศิษย์อยู่เสมอ ให้มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยที่กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ใน 3 ภาคส่วนของสังคม คือ ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ

    ตอนที่แล้วเล่าเรื่องการพัฒนาสังคม จาก “โอ่ง” สู่ “อ่าง” เป็นงานเขียนและเรื่องเล่าที่อาจารย์มักจะใช้สอนลูกศิษย์อยู่เสมอ ให้มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยที่กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ใน 3 ภาคส่วนของสังคม คือ ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ อาจารย์แสวงได้ชี้ให้เห็นทางออกของปัญหาด้วยผลงานวิจัยปฏิบัติการ “โรงเรียนโรงนา” โดยตอกย้ำว่ามีวิธีการที่สามารถดึงคนกลับจากเมืองให้กลับมาอยู่ชนบทให้มามีชีวิตอยู่กับ “โอ่ง” ได้อย่างสบายๆ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่อาจารย์แสวงพยายามจะใช้ทฤษฎีการพัฒนาทางสังคมเข้ามาช่วยดำรงวิถีชีวิตในชนบทไว้ได้ ซึ่งก็ทำสำเร็จอย่างน้อยก็มี 200 ครัวเรือนที่ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง แ

    แหล่งที่มา: 
    พอแล้วรวย วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2555
  5. ครั้งที่แล้วอาจารย์ยักษ์เล่าถึงการทำโพลในสมัยนั้นซึ่งมีผลต่อสังคมไทยมากถึงขนาดสร้างให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสังคมได้จริง เป็นผลจากการท้าทายเชิง “ลองวิชา” ซึ่งอาจารย์แสวงก็ให้ได้แสดงให้ดูแล้วว่าหากมีการวางกลยุทธที่ดีผลของการนำทฤษฎีมาแปลงเป็นภาคปฏิบัตินั้นทำได้จริง หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นก็หนังสือพิมพ์ติดต่อมาที่อาจารย์ยักษ์หลายฉบับ

    ​ครั้งที่แล้วอาจารย์ยักษ์เล่าถึงการทำโพลในสมัยนั้นซึ่งมีผลต่อสังคมไทยมากถึงขนาดสร้างให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสังคมได้จริง เป็นผลจากการท้าทายเชิง “ลองวิชา” ซึ่งอาจารย์แสวงก็ให้ได้แสดงให้ดูแล้วว่าหากมีการวางกลยุทธที่ดีผลของการนำทฤษฎีมาแปลงเป็นภาคปฏิบัตินั้นทำได้จริง หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นก็หนังสือพิมพ์ติดต่อมาที่อาจารย์ยักษ์หลายฉบับ รวมทั้งทางสถาบันการศึกษาก็ติดต่อมาว่าอยากให้ตั้ง “สำนักโพล” ขึ้นมาโดยให้อาจารย์ยักษ์เป็นผู้บริหาร หนึ่งในนั้นที่จำได้ก็มีอาจารย์ อมร รักษาสัตย์ ท่านอยากให้รื้อฟื้นหน่วยงานสำนักโพลขึ้นเพื่อที่จะทำหน้าที่ให้บริการต่อสังคม แต่ว่าสมัยที่อาจารย์ยักษ์ลาไปเรียนนั้นตัวเองก

    แหล่งที่มา: 
    พอแล้วรวย วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2555
  6. เมื่อเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยขึ้นทีไร อาจารย์ยักษ์อดคิดถึง “อาจารย์แสวง” ไม่ได้ ชื่อเต็มของท่านก็คือ ผศ.ดร.แสวง รัตนมงคลมาศ สอนหนังสืออยู่ที่คณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์หรือนิด้า

    ​เมื่อเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยขึ้นทีไร อาจารย์ยักษ์อดคิดถึง “อาจารย์แสวง” ไม่ได้ ชื่อเต็มของท่านก็คือ ผศ.ดร.แสวง รัตนมงคลมาศ สอนหนังสืออยู่ที่คณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์หรือนิด้า

    แหล่งที่มา: 
    พอแล้วรวย วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2555
  7. ปีนี้อาจกล่าวได้ว่า อาจารย์ยักษ์ได้รับรู้ รับทราบเรื่องราวดีๆ ของกลุ่มคนที่หลากหลายที่พร้อมจะเข้ามาช่วยกันปักหมุดแห่งความพอเพียงลงบนแผ่นดินนี้ ที่สำคัญคือ ภาคการศึกษาซึ่งเป็นภาคที่อาจารย์ยักษ์ย้ำที่สุดว่าต้องเปลี่ยนวิธีคิด จะมุ่งผลิตบัณฑิตไปป้อนตลาดแรงงานเพียงประการเดียว ไม่ว่าจะตั้งมากี่มหาวิทยาลัย กี่สถานศึกษาก็มุ่งหน้าไปทางเดียวกันหมด

    แหล่งที่มา: 
    พอแล้วรวย วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม 2555
  8. ข่าวคราวของขบวนปั่นจักรยานกู้วิกฤต คืนชีวิตให้ท้องทะเลไทยครั้งนี้ น่าจะพอได้กระตุ้น กระตุกผู้คนในสังคมให้ได้ตระหนักถึงความสำคัญของประเทศไทย ในฐานะแหล่งอาหารของโลก ทั้งบนบกและในท้องทะเล อาจารย์ยักษ์แม้ไม่ได้ร่วมปั่นในครั้งนี้แต่ก็อดไม่ได้ที่จะขอบินตามไปต้อนรับคณะนักปั่นเมื่อเข้ามาถึงชายหาดทุ่งวัวแล่น

     

    แหล่งที่มา: 
    พอแล้วรวย คมชัดลึก ฉบับวันเสาร์ที่ 20 ต.ค..2555
  9. สิ่งที่ทำมานี้ก็ใช่ว่าง่าย การชักชวนคน 200 คน มาปั่นจักรยานรณรงค์ให้กำลังใจให้กับคนที่กำลังทำงานฟื้นฟูท้องทะเลไทย ตลอดแนวก้นอ่าวจากสัตหีบไล่ไปจนถึงชุมพรนั้นเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากทำ เพราะว่ามันเหนื่อย มันล้า เมื่อวานนี้อาจารย์ยักษ์ปั่นมาจากกรุงเทพระยะทาง 101 กิโล ก็ยอมรับว่าเหนื่อยมาก แต่ก็ต้องผืนทนทำไป แม้ตะคริวกินก็ต้องทนฝืนปั่นไป เหมือนกับว่ายังมองไม่เห็นฝั่งก็ต้องเพียรไป

     

    แหล่งที่มา: 
    พอแล้วรวย คมชัดลึก ฉบับวันเสาร์ที่ 6 ต.ค..2555
  10. ...ปีนี้เลยตั้งอก ตั้งใจลุกขึ้นชวนกันรณรงค์เลาะชายทะเลด้วยจักรยานแบบที่ไม่ทำลายโลกให้ร้อนขึ้น และพากันไปให้กำลังใจให้คนในพื้นที่ที่เขามุ่งมั่นทำงานรักษารากเหง้า รักษาสิ่งแวดล้อม ปกป้องผืนน้ำแหล่งอาหารไว้ให้พวกเราคนไทยได้มีอาหารพอกินอยู่ทุกวันนี้ ให้พวกเขาได้เห็นว่า “คนไทยไม่ทิ้งกัน” จริงๆ นั้นเป็นยังไง...

     

    แหล่งที่มา: 
    พอแล้วรวย คมชัดลึก ฉบับวันเสาร์ที่ 29 ก.ย..2555