โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

Navigation

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์ฯ มาบเอื้อง ๐๓๘-๒๖๓๐๗๘ (แผนที่)


User login

เมื่อมือของ”ผู้ล่า” กลายมาเป็น “ผู้สร้าง”

          ในหลายปีมานี้คำว่า “ความมั่นคงด้านอาหาร” ดูจะเป็นคำที่ได้ยินบ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ แต่หลายคนก็ยังไม่ตระหนักว่ามันจะเป็นจริงไปได้อย่างไร ในเมื่อมองไปทางไหนวันนี้ก็เห็นมีแต่อาหารขายเต็มไปหมด จะเลือกกินทิ้ง กินขว้าง กินหรูหราอย่างไรก็ได้

          อาจารย์ยักษ์อยากจะเตือนหนักๆ อีกครั้งว่าเรื่องวิกฤตความมั่นคงทางอาหารนั้นเป็นเรื่องจริง จะเกิดขึ้นจริงๆ อย่างที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เพราะไปหลงมัวเมากับภาพหลอกตาที่เขาฉาบเคลือบไว้ เหมือนหลงซื้อผลไม้จากแม่ค้าเพราะเขาเอาผลใหญ่ ผลสวยมาวางไว้ข้างหน้า ทำท่าให้ดูกองโตโอฬาร แท้จริงแล้วข้างในกลวงโบ๋ มีแต่ลูกเน่าๆ แล้วก็เหลือน้อยเต็มที “อาหาร” สำหรับมนุษยชาติก็เหมือนกัน โดยเฉพาะอาหารที่มาจากท้องทะเลแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของมนุษย์
          ไม่อยากจะย้ำ ซ้ำซากว่าที่ปลาทะเลหมด ก็เพราะป่าชายเลนมันหมด ความรู้ขั้นประถมแบบนั้นใครก็รู้กันแล้ว แต่ความรู้ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าที่ไม่มีคนสนใจจะทำ คือทำอย่างไรให้ปลาทะเล กุ้งทะเล หอยทะเลมันมีชีวิตกลับคืนมา และนั่นทำให้อาจารย์ยักษ์ต้องเดินทางขึ้น-ล่อง กรุงเทพฯ - ชุมพรอยู่หลายรอบ วันนี้ก็กำลังนั่งประชุมกับทีมงานสำรวจกิจกรรมรณรงค์ปั่นจักรยานกู้วิกฤต คืนชีวิตให้ท้องทะเลไทย เป็นการจัดทัพจัดขบวนจักรยาน รณรงค์ทำกิจกรรมตลอดเส้นทางกว่า 700 กิโล เพื่อกระตุ้นให้ชาวบ้านโดยเฉพาะชาวประมงที่มีอาชีพหาอยู่ หากิน กับท้องทะเลได้ลุกขึ้นมารวมกับพวกเราภาคประชาชนเปลี่ยนอาชีพจาก “ผู้ล่า” เป็น “ผู้สร้าง” ด้วยสองมือเดียวกับมือที่เคยล่านี้แหละจะสร้างอาหารกลับคืนมาให้กับมนุษยชาติอีกครั้ง
          หลายคนรู้ดีว่า หากอาจารย์ยักษ์ชวนทำก็ต้องมี “ตัวอย่าง” ความสำเร็จให้เรียนรู้และพิสูจน์ได้แล้ว ครั้งนี้ก็เช่นกัน ก็อยากจะชวนนักปั่นจักรยานลงมาดูท้องทะเลที่ชุมพรคาบาน่า แถวๆ หาดทุ่งวัวแล่น ที่วริสร รักษ์พันธุ์ ได้ปลูกฝังความคิดเรื่องการเป็นผู้ผลิตอาหารจากแม่ทะเลให้กับเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้าน จนวันนี้พวกเขาพากัน ทำกล่ำ ซั้ง สร้างบ้านให้กับปลา เอาลูกระเบิดจุลินทรีย์ที่ทำจากโคลนทะเลลงไปวางไว้บ้าง เพื่อสร้างออกซิเจนและไรแดงอาหารของลูกปลาเล็ก ค่อยทำ ค่อยสร้าง จนเดี๋ยวนี้ไม่ต้องออกไปหาปลาไกลให้อันตรายและเปลืองน้ำมัน แค่วนหารอบกล่ำ ซั้ง ของตัวเองก็เหลือจะพอกิน พอขายแล้ว ถ้าใครไม่เชื่อก็ขอท้าให้มาเตรียมจักรยานเอาไว้ให้พร้อมแล้วปั่นตามกันมาดู
          นอกจากนั้น วันนี้ก็ยังได้เจอกับ กำนันเคว็ด แห่งหนองใหญ่ อีกหนึ่งหัวเรี่ยว หัวแรงสำคัญที่จะนำกำลังพลร่วมขบวนบุญ โดยจะปลุกเครือข่ายจากภูผา สู่มหานที ที่เคยแสดงพลังเกรียงไกรมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว ให้มาแสดงพลังสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณกันที่ “โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ” กันอีกสักครั้ง มาตอกย้ำยืนยันว่า โครงการหนองใหญ่ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาโดยใช้ระยะเวลาเพียงเดือนเดียว ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นโครงการที่หยุดยั้งภัยพิบัติที่เกิดกับคนในจังหวัดชุมพรได้จริง มีตัวอย่างให้เห็น และเดี๋ยวนี้ก็เป็นพื้นที่ซึ่งเป็นต้นแบบได้จริงๆ ใครเข้ามาหนองใหญ่วันนี้ก็จะรู้ว่า อาหารรสเด็ดแบบไม่เสียเงินซักบาทของกำนันเคว็ดนั้นมันเอร็ดอร่อย กินได้อย่างสบายใจจริง
          การเดินทางของขบวนจักรยานครั้งนี้จะเริ่มต้นจากวันที่ 3 ตุลาคม ตั้งขบวนปั่นกันไปที่ ศอ.รฝ. หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ฐานทัพเรือ จ.ชลบุรี จากนั้นจะเริ่มปั่นจักรยานแต่เช้ามาที่ตลาดบางละมุง ระยะทางประมาณ 56 ก.ม. เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมกับชาวบ้านที่รักษาพื้นที่ป่าชายเลนที่เป็นแหล่งอาหารของมนุษย์แล้วพักค้างกับชาวบ้านที่นั่น พอวันที่ 2 ก็มาที่บางปูระยะทางประมาณ 117 ก.ม. มาร่วมกิจกรรมที่ศาลาว่าการสมุทรปราการ แล้วอีกวันไปที่มหาชัย จากนั้นเดินทางไปที่หาดเจ้าสำราญ แวะกองบิน 5 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางจากหาดเจ้าสำราญมาประมาณ 111 ก.ม. วันรุ่งขึ้นก็ลัดเลาะมาที่บางสะพาน มาพักที่ศูนย์เครือข่ายฯ 2 แห่ง ก็เหลืออีก 100 กว่ากิโลเมตรมาถึงชุมพรคาบาน่า เพื่อมาทำกิจกรรมที่หาดทุ่งวัวแล่น และที่หนองใหญ่ ระยะทางรวมประมาณ 671 ก.ม. กิจกรรมสำคัญคือการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร บนบกจะปลูกป่าทำโคก หนอง นา ในน้ำจะสร้างบ้าน สร้างอากาศ สร้างอาหารให้ปลาด้วยวิธีการภูมิปัญญาชาวบ้านแบบของเรานี่แหละ
          สำคัญที่สุดของโครงการปั่นจักรยานกู้วิกฤตคืนชีวิตให้ท้องทะเลไทย ชลบุรี-ชุมพร ครั้งนี้ คือ ระหว่างทางขบวนจักรยานจะได้แวะไปที่บางเบิด เพื่อสักการะพระรูปของหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร บิดาแห่งการเกษตรไทย ผู้เอ่ยอมตะวาจา ซึ่งเป็นจริงยิ่งโดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบัน “เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาสิของจริง” ส่วนใครที่ยังคงสงสัย แอบโต้ในใจว่า เงินทองสิของจริง ข้าวปลาจะหามาได้อย่างไรถ้าไม่มีเงินทอง ก็ให้ลองย้อนนึกถึงเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมาดูเองเถิด
          เปรยให้ฟังกันอีกนิดถึงโอกาสที่พลาดไม่ได้ ขบวนปั่นจักรยานทั้งขบวนเที่ยวนี้จะได้ไปยังสถานที่แห่ง “วีรกรรมของขุนรองปลัดชูผู้เสียสละเพื่อแผ่นดิน” ไปน้อมคารวะจิตวิญญาณแห่งบรรพชนด้วยตนเอง ส่วนจะเป็นแห่งไหน ที่ใดนั้น ต้องปั่นตามกันไปเอง +
แหล่งที่มา: 
พอแล้วรวย คมชัดลึก ฉบับวันเสาร์ที่ 7 ก.ค..2555