โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

Navigation

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์ฯ มาบเอื้อง ๐๓๘-๒๖๓๐๗๘ (แผนที่)


User login

เทวะขุนนาง VS กระสือในวงราชการ (2)

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อาจารย์ยักษ์พูดถึงตัวอย่างเทวะขุนนาง VS กระสือในวงราชการเพื่อเป็นตัวอย่างให้เห็นผลผลิตของความคิด ขุนนางหลงยุค เรื่องมีอยู่ว่า อาจารย์ยักษ์กับอาจารย์ติ่ง บ้านดิน ทำบัตรประชาชนหาย ซึ่งเป็นเหตุการณ์คนละคราวกัน อาจารย์ยักษ์ไปบรรยายที่สงขลา ส่วนอาจารย์ติ่งนั้นบัตรประชาชนหายไปสักพักแล้ว แต่ก็ได้นัดกันไปทำบัตรประชาชนใหม่พร้อมกันในวันเปิดเรียนศูนย์การเรียนกสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้องที่ได้อนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการ เพราะมีนักเรียนหลายคนจำเป็นต้องย้ายสำเนาทะเบียนบ้านมาอยู่ที่นี่ วันนั้นจึงมีคนใส่เสื้อม่อฮ่อมคืนชีวิตให้แผ่นดินเดินกันให้คึกคักทั้งอำเภอเลยทีเดียว แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ชี้ชัดให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่เขาไม่มีจิตใจพร้อมที่จะบริการ คือเมื่อไปติดต่อเจ้าหน้าที่ว่าจะมาทำบัตรนอกเขตได้ไหม อาจารย์ติ่งซึ่งถูกเรียกเข้าก่อนก็ได้รับการบอกว่าต้องหาคนมาเซ็นรับรองเป็นข้าราชการ อาจารย์ยักษ์ซึ่งนั่งรออยู่ก็ได้ยื่นบัตรข้าราชการไปเพื่อเซ็นชื่อรับรอง เขาก็บอกว่าเซ็นรับรองให้ไม่ได้เพราะบัตรประชาชนของอาจารย์หมดอายุ อาจารย์ยักษ์ก็ยังงงๆ ว่าบัตรประชาชนหมดอายุก็จริงแต่บัตรข้าราชการไม่หมดอายุทำไมจึงเซ็นรับรองไม่ได้ทั้งที่ก็ถามหาข้าราชการมารับรอง นั่นคือเรื่องที่หนึ่ง หลังจากนั้นก็ชี้แจงจนตกลงว่าสามารถใช้บัตรข้าราชการรับรองได้
พอถึงขั้นตอนการถ่ายภาพทำหลักฐาน เสร็จแล้วต้องให้ปลัดอำเภอเซ็นรับรอง ท่านก็สัมภาษณ์ว่า เพิ่งทำบัตรหายไปนี่ หายอีกแล้วหรือแล้วก็ซักถามว่ามาทำอะไรอยู่ที่นี่ แล้วทั้งอาจารย์ยักษ์และอาจารย์ติ่งทำไมจึงทำบัตรหายตรงกัน อาจารย์ยักษ์ก็นั่งนึกๆ ว่า เอ๊ะ ทำไมการที่เราทำบัตรหายแล้วบังเอิญนัดกันมาพร้อมกัน เนื่องจากว่าเราจำเป็นต้องใช้พร้อมกันกลายเป็นว่าไปถูกปลัดอำเภอท่านดุเอา แต่ก็เข้าใจได้ว่าท่านเจ้าหน้าที่มีงานเยอะ ทั้งระดับเจ้าหน้าที่ที่รับหลักฐานขั้นต้นไปจนถึงเจ้าหน้าที่ด้านในก็น่าจะเหนื่อยมากจนไม่ค่อยจะเต็มใจให้บริการนัก เพราะผู้ที่เข้าไปรับบริการนั้นไม่มีอำนาจให้คุณให้โทษ ไม่เหมือนกับผู้บังคับบัญชาที่สามารถให้คุณ ให้โทษได้ ดังนั้นอาจารย์ยักษ์จึงคิดว่า การบริหารส่วนกลางนั้นไม่ควรที่จะไปทำหน้าที่ให้บริการเพราะไม่ได้มีจิตให้บริการ ยิ่งถ้าเป็นชาวบ้านด้วยแล้วก็ยิ่งทำตัวเหมือนขุนนาง เหมือนขุนนางหลงยุคนั่งอยู่ตรงนั้น ทีเด็ดมันอยู่ที่เรื่องต่อไป เรื่องที่ผ่านมาที่อำเภอนั้นไม่ได้มีใครติดใจ แต่พอข้ามฝั่งมาที่ธนาคารกรุงไทยที่ก็เป็นธนาคารของราชการเหมือนกัน เพื่อที่จะมาเปิดบัญชีของศูนย์การเรียนกสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง พอย่างเข้าธนาคารไป คนแรกที่เจอ คือ อาสาสมัครนักศึกษาที่มาทำหน้าที่ต้อนรับรีบเดินเข้ามายิ้มแย้มแจ่มใส ถามไถ่ ต้อนรับเป็นอย่างดี เรียกได้ว่ามันห่างกันฟ้ากับดินเลยทีเดียว เด็กผู้หญิงเหมือนกันที่เป็นเสมียนอยู่บนอำเภอกับเสมียนที่ธนาคาร คนหนึ่งถามเหมือนขู่ เหมือนมีอำนาจล้นฟ้า อีกคนถามอย่างเต็มใจที่จะให้บริการนี่คือเหตุการณ์ที่เปรียบเทียบกันเห็นชัดและสะท้อนให้เห็นความจริงอีกด้านของสังคม ยิ่งเมื่อเข้าไปนั่งรอรับบริการที่จะเปิดบัญชีจะมีเจ้าหน้าที่ดูอาวุโสแล้ว เดินออกมาจากห้อง ออกมาถามไถ่ด้วยบุคลิกท่าทีเป็นห่วงเป็นใย พร้อมคำแนะนำว่าถ้าเปิดบัญชีควรทำแบบนี้ๆ แล้วก็พาไปพบกับเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำสำหรับการเปิดบัญชีที่เรากำลังไปทำ ไปเจอเจ้าหน้าที่ 3 ท่าน ดูแต่ละท่านเต็มใจจริงใจ ต้อนรับอย่างดี เทียบกับฝั่งตรงข้ามที่เราไปขอรับบริการเพราะว่าบัตรหายมันดูเหมือนไปสร้างความหนักใจ ทุกข์ใจ กลายเป็นภาระหน้าที่ที่เขาจะต้องมาให้บริการเรา มันต่างกันลิบลับอย่างนั้นเลยทีเดียวแหละ
กล่าวโดยสรุปก็คือ การศึกษา หรือการบริการอื่นใดที่เอาอำนาจส่วนกลาง เอาอำนาจที่ให้คุณให้โทษ เลื่อน ลด ปลด ย้าย ไว้ที่ส่วนกลางไว้ที่กรุงเทพ โดยที่คนในท้องถิ่นไม่มีอำนาจที่จะให้คุณให้โทษ โดยเฉพาะการศึกษาที่ไม่ให้พ่อแม่ คนในท้องถิ่นให้คุณให้โทษในฐานะผู้ที่จะเป็นผู้ให้รับบริการ แต่ไม่ได้มีส่วนพิจารณาเลือกแม้แต่ครู ทั้งหมดเลือกมาจากส่วนกลางนั้นไม่ถูกต้อง ที่ต้องทำคือให้พ่อแม่ คนในท้องถิ่นจัดการศึกษากันเอง ให้เข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุด ถ้ายังยึดอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง การศึกษานี้ไปไม่ได้แน่นอน แต่ถ้าไม่สามารถทำให้ประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ พื้นที่นั้นๆ เข้ามามีส่วนในทุกระดับโดยเฉพาะการบริหารบุคคลด้วยเราจะไม่สามารถพัฒนาข้าราชการให้เป็นเทวะขุนนางได้กลับจะไปสร้างกระสือในวงราชการขึ้นมากที่เดียวนี่ก็เป็นเรื่องท้าทายว่าคนไทยจะสามารถปฏิวัติการศึกษาสร้างเรื่องดีๆ ขึ้นในชนบทได้หรือไม่ อาจารยักษ์ก็ขอฝากไว้ให้ช่วยกันคิด +

แหล่งที่มา: 
พอแล้วรวย คมชัดลึก วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน 2556