โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง 038-198643 (แผนที่)


User login

คำเตือนจากแม่พระธรณี (3)

ข่าวดีของอาจารย์ยักษ์ในปีนี้ก็คือ ได้เห็นความร่วมมือร่วมใจของหลายฝ่ายกำลังสอดประสานกัน ได้ประชุมหารือกันทั้งกระทรวงศึกษาธิการว่าจะต้องสื่อสารลงไปถึงประชาชน ถึงเด็ก ถึงโรงเรียน ถึงทุกโครงสร้าง แม้กระทั่งกศน. ก็น่าจะเป็นจริงที่จะช่วยกันในสายการศึกษา ในขณะเดียวกัน ทาง กอ.รมน. เอง ถือว่าขณะนี้ภัยคุกคามเกิดจากภัยพิบัติธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วม ทั้งแผ่นดินแล้งและแผ่นดินไหว ก็มีข้อมูลที่กำลังปริวิตกกันคือเรื่องของภัยทีเกิดขึ้นในประเทศที่อยู่เหนือเราและกำลังติดตามข้อมูลข่าวสารกันที่สำคัญคือต้องไม่ประมาท และต้องไม่เป็นกระต่ายตื่นตูม

​ความร่วมมือเหล่านี้ก็ยังมีการระดมเข้ามาทั้งภาคเอกชนต่างๆ หรือแม้กระทั่งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ก็เชื่อมั่นแล้วเดินเข้ามาจับมือร่วมกันในครั้งนี้ รวมทั้งพระสงฆ์ด้วยก็เชื่อมั่นว่าจะต้องร่วมมือกันอย่างจริงๆ จังๆ อาจารย์ยักษ์ได้มีโอกาสไปประชุม ไปบรรยาย ไปตามดูพื้นที่ ถ้าหากว่าเกิดภัยพิบัติน้ำจากเขื่อนเกิดทะลักลงมามากจริงๆ พื้นที่ไหนที่จะท่วมขังยาวนาน ประชาชนจะเดือดร้อน พื้นที่ไหนที่พอจะไปพัฒนาให้ทำให้พอกิน พออยู่กันได้สัก 2 เดือนก็ต้องเร่งทำกัน ปีก่อนหน้านั้นอาจารย์ยักษ์เปิดศูนย์พักพิงได้ 3 ศูนย์ก็ถือว่าพอช่วยได้ ปีที่ผ่านมาพวกที่กลัวเรื่องน้ำท่วมก็ถือว่าผ่านไปแต่พวกที่กลัวเรื่องภัยแล้งก็ได้เจอจริงๆ แล้ว ส่วนรายละเอียดจะทำยังไงนั้นก็มีตัวอย่างที่อาจารย์ยักษ์และลูกศิษย์ลูกหาทำไว้ให้ดูหลายจังหวัด ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ทั้งที่ดอยผาส้ม จ.เชียงใหม่ และที่มาบเอื้อง จ.ชลบุรี ทั้งภาคอีสานก็เป็นตัวอย่างหลายศูนย์ที่สามารถเก็บน้ำไว้ได้ทั้งหมด โดยวิธีง่ายๆ คือ ถ้าเป็นท้องนาก็ยกหัวคันนาไว้สักเมตรขุดหนองน้ำเก็บน้ำไว้ด้วยก็ไม่ยาก ในขณะเดียวกันก็ระดมปลูกหญ้าแฝก ปลูกป่า ระบบรากก็จะช่วยอุ้มน้ำเอาไว้ด้วยหนองน้ำและคันนานี่แหละที่จะเก็บน้ำเอาไว้ไม่ให้ไหลหลากลงมาทั้งบนภูเขา ทั้งที่ลุ่ม ก็จะไม่ทำให้เดือดร้อนทั้งท่วม ทั้งแล้ง อาจารย์ยักษ์ก็พูดเหมือนกับแผ่นเสียงตกร่อง ซ้ำๆ ซากๆ จนเบื่อตัวเองเหมือนกันก็ไม่รู้จะทำยังไง พระองค์ท่านก็บอกว่าให้ทำ “โคกยักษ์” ที่ได้จากดินที่ขุดหนองน้ำ อาจารย์ปราโมทย์ก็บอกว่าใช่เลยๆ พระองค์ท่านตรัสเรียกว่าโคกยักษ์ โดยให้ขุดหนองน้ำไว้ให้ใหญ่หน่อยเพื่อให้เก็บน้ำที่ตกลงมาจากฟ้าไว้ให้ได้มากที่สุดแล้วก็เอาดินขึ้นมาถมก็จะเกิดเป็นโคก น้ำที่ตกใส่หัวเราโดยตรงก็เก็บไว้ในหนองให้หมดถ้าน้ำหลากมาจากที่อื่นมาท่วมอีกก็หนีขึ้นไปอยู่บนโคกยักษ์ก็จะรอดพ้นจากภัยพิบัติ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ทำมาแล้วตั้งแต่รุ่นพ่อ แม่ จนมารุ่นนี้อาจารย์ยักษ์ก็ยังทำอยู่ ก็ยืนยันว่าพ้นภัยพิบัติแน่นอน แต่อยากให้ทุกคนได้ทำเพื่อให้ทุกคนได้รอดพ้นจากภัยพิบัติ ทั้งคนชนบทก็พ้นจากภัยแล้ง คนกรุงเทพก็พ้นจากน้ำท่วม โดยเฉพาะคนกรุงเทพต่อไปก็จะต้องเจอแล้ง น้ำประปาก็จะขาดแคลนไม่พอใช้ เรื่องนี้ก็ต้องเอาจริงกันเสียทีแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเอาจริงได้หรือเปล่า ก็คงจะต้องบ่นจนเบื่อตัวเองไปอีกนานหรือเปล่าก็ไม่รู้นะแต่ก็คงต้องมาคุยกันต่ออีกแน่นอนเรื่องภัยพิบัติที่จะตามมา คงต้องพูดกันซ้ำๆ ซากๆ แล้วก็ลงมือทำ ตรงไหนที่ทำสำเร็จแล้วก็ต้องเอามาบอกกล่าวกัน แล้วช่วยกันกระจายลงไปให้มากที่สุด เคยตอกย้ำแล้วว่าเพียง 1,000,000 คน เท่านั้นเอง ถ้าทำเหมือนที่บอกก็จะเก็บน้ำไว้ได้ถึง 80,000 ล้านคิว ทั้งประเทศ พระองค์ท่านเคยตรัสว่าราชการต้องช่วย เอกชนต้องช่วย มูลนิธิต้องช่วยชาวบ้านขุดหนองน้ำ อาจารย์ยักษ์ในฐานะที่ดูแลมูลนิธิอยู่ 2 มูลนิธิก็ตั้งใจว่าจะช่วยเต็มที่ทีเดียวแหละ โดยการประสานสิบทิศให้คนลงไปช่วยชาวบ้าน ให้ทำแบบนี้แหละ ง่ายๆ นี่แหละ วิถีบ้าน บ้าน ที่บรรพบุรุษท่านทำกันมานี่แหละ มันจะแก้วิกฤตได้จริง วิถีบ้าน บ้าน ผ่านวิกฤตได้จริง จริ๊งงงง อาจารย์ยักษ์ขอยืนยัน +

แหล่งที่มา: 
พอแล้วรวย คมชัดลึก วันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2556