โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

Navigation

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์ฯ มาบเอื้อง ๐๓๘-๒๖๓๐๗๘ (แผนที่)


User login

คำเตือนจากแม่พระธรณี (2)

อาจารย์ยักษ์เล่าถึงเรื่องของภัยธรรมชาติจากแผ่นดินไหว และการที่มีการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำไว้จำนวนมหาศาลกั้นแม่น้ำโขงทั้งในจีน และในลาวเองก็สร้างเขื่อนเป็นจำนวนมากเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าส่งไปให้ทั้งจีน ทั้งใช้เองและส่งมาให้ไทย ว่าง่ายๆ ก็เหมือนมีถังน้ำขนาดใหญ่ตลอดทั้งลำน้ำโขงว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อสภาวะอากาศบ้าง ซึ่งได้เกริ่นไว้เมื่อตอนที่แล้ว

ตอนนี้ก็จะเฉลยว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีน้ำปริมาณมากมาอยู่รวมกัน ก็คือความชื้นในอากาศซึ่งเป็นความรู้สมัยมัธยม มีเขื่อนมาก มีน้ำมากก็มีความชื้นขึ้นไปในชั้นบรรยากาศมาก ส่งผลต่อความกดอากาศ เมื่อความกดอากาศต่ำกับความกดอากาศสูงเผชิญหน้ากันก็จะเกิดฝนตกในจำนวนมหาศาลโดยพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบก็คือแนวที่สูงบริเวณภาคเหนือและภาคอีสานตอนบนของเมืองไทยซึ่งตอนนี้สภาพส่วนใหญ่เป็นเขาหัวโล้นไปหมดแล้ว แค่ปีที่แล้วฝนมาในปริมาณมากเขื่อนที่เรามีอยู่ก็ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้เพียงพอจนกลายเป็นมหาอุทกภัยใหญ่ ปีนี้พระเจ้าอยู่หัวฯ ก็เตือนแล้วว่าลุ่มน้ำที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือลุ่มน้ำป่าสัก สิ่งที่ท่านเป็นห่วงก็คือ เขื่อนป่าสักฯ นั้นออกแบบมาเพื่อให้เก็บกักน้ำได้แค่ 700 กว่าเท่านั้นในขณะที่มีน้ำไหลทะลักลงมาปริมาณมากกว่า 5,000 กว่า เพราะเขื่อนสร้างได้สูงเพียงเท่านั้นหากสร้างสูงกว่านั้นประชาชนจะเดือดร้อนมาก นั่นทำให้การจัดการน้ำลุ่มน้ำป่าสักเป็นเรื่องที่บริหารจัดการยาก และหากปล่อยให้ทั้งน้ำจากเขื่อนป่าสักไหลทะลักลงมารวมกันทั้งน้ำจาก ลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน ก็หมายความว่ากรุงเทพฯ ก็จะไม่รอดอีกแน่นอน พระองค์ท่านเป็นห่วงจนรับสั่งว่าถ้าแข็งแรงออกจากโรงพยาบาลได้ก็จะไปช่วยได้มาก แสดงให้เห็นชัดว่าท่านก็เป็นห่วงมาก อาจารย์ยักษ์ได้ฟังแล้วก็สะท้อนใจ ยิ่งได้เคยทำแผนเรื่องระบบระบายน้ำ ระบบเก็บกักน้ำที่พระองค์ท่านเรียกว่าแก้มลิง และเคยเป็นผู้รับผิดชอบดูแลประสานงานเรื่องนี้มาก่อนก็ยิ่งอดเป็นห่วงไม่ได้ ได้มีโอกาสขึ้นไปประชุม ไปบรรยายให้กับเครือข่าย 3 วันที่จังหวัดน่านฟัง ก็เห็นว่าลุ่มน้ำน่านวันนี้เขาหัวโล้นทั้งหมดจนน่ากลัวจากน่านไล่มาถึงปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำมากมายมหาศาล มากกว่าทั้ง ปิง วัง ยม รวมกันเฉพาะน่านก็มีปริมาณน้ำ 40% แล้ว เกือบครึ่งของปริมาณน้ำทั้งหมด ทั้งแม่น้ำปิง วัง ยม รวมกันก็ยังไม่น่ากลัวเท่าไหร่ ยิ่งที่แม่น้ำปิงมีเขื่อนภูมิพลสามารถเก็บกักไว้ได้ตั้ง 1,300 กว่า ลำน้ำน่านแม้จะมีเขื่อนที่กักเก็บไว้ได้ 3,000 กว่าแต่ถ้าปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นจริงตามที่มีความห่วงกังวลกันว่าจะเกิดขึ้นจากความชื้นของน้ำที่เก็บกักไว้จำนวนมากในลุ่มน้ำโขงทั้งจีนและลาวก็หมายความว่าปริมาณน้ำจะมากขึ้น

อาจารย์ยักษ์อยากชวนลองจินตนาการว่าถ้าทั้ง ปิง วัง ยม น่านต้องปล่อยน้ำรวมกันและป่าสักก็ต้องปล่อยเหมือนกันเพราะว่าไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ จากนครสวรรค์ลงมาถึงสมุทรปราการจะเป็นอย่างไรและมีทางป้องกันอย่างไร ยิ่งกั้นเขื่อนริมน้ำยกกำแพงสูงอย่างที่เห็นทำกันตลอดลำน้ำจำนวนมากก็ยิ่งทำให้แรงดันของน้ำเพิ่มมากขึ้น ทั้งน้ำบนดินและน้ำใต้ดินก็อดเป็นห่วงภาพในจินตนาการไม่ได้ เลยเรียกประชุมหารือกันว่าจะต้องระดมกำลังทุกภาคส่วนทั้ง 5 ภาคี ทั้งภาคราชการ ภาควิชาการ ภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและสื่อมวลชน รวมทั้งพระสงฆ์ด้วยว่าจะต้องเอาจริงกัน ระดมสรรพกำลังมาช่วยกันเพราะภัยพิบัติอันนี้น่าเป็นห่วงมากทีเดียว ปีหน้าจะเจอทั้งแล้งทั้งท่วมในปีเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะว่าจะแล้งต่อเนื่องจากปีนี้ไปจนเดือดร้อนไปตามๆ กัน พอฝนตกลงมาก็จะตกหนักเทลงมาเหมือนฟ้ารั่ว เมื่อภูเขาไม่มีต้นไม้ ที่ลุ่มไม่มีคันนาไว้กันน้ำ น้ำที่ไหลลงมาจะไปไหนก็จะไปเอ่อที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาไล่ลงมาเรื่อยจนถึงกรุงเทพฯ ก็ไม่พ้นอีกเหมือนเดิมแล้วทางออกจะเป็นอย่างไร สัปดาห์หน้าตอกย้ำกันอีกรอบนะครับ +

แหล่งที่มา: 
พอแล้วรวย คมชัดลึก วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2556