โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

Navigation

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์ฯ มาบเอื้อง ๐๓๘-๒๖๓๐๗๘ (แผนที่)


User login

เดินหน้า 5 ภาคีเสริมพลังเชื่อมต่อป่า หยุดการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์มนุษย์ (2)

สัปดาห์ที่แล้วได้พูดถึงความสำคัญของการเชื่อมต่อผืนป่า โดย 5 ภาคีเพื่อหยุดยั้งการทำลายความหลากลายทางชีวภาพ ซึ่งมีความหมายมากถึงขั้นอาจารย์ยักษ์คิดว่ามันคือการ “หยุดยั้งความสิ้นสุดของชาติพันธุ์มนุษย์” เลยทีเดียว เพราะหากเราหยุดยั้งการทำลายความหลากหลายของป่าไม่ได้นั่นก็หมายถึงมนุษย์กำลังเดินทางไปสู่ความสิ้นสูญทางพันธุกรรม เพราะพืช สัตว์ ที่เรากินเป็นอาหารเกิดภาวะเลือดชิดกันเพิ่มมากขึ้น

ในอดีตที่ป่าเมืองไทยเชื่อมต่อกันสัตว์ป่าเดินถึงกันได้ ป่าฝนเขตร้อนจึงเป็นป่าผืนใหญ่ที่มีความหลากหลายสูง แต่มาถึงวันนี้ไม่เฉพาะประเทศไทยแต่ทั่วโลกป่าแบบนี้ก็ถูกทำลายลงทุกปี ป่าถูกตัดเป็นท่อนเล็ก ท่อนน้อย สั้นลง เล็กลงเรื่อยๆ สัตว์ก็ข้ามไปไมได้ เพราะมีมนุษย์รอคอยฆ่าอยู่ก็จะเกิดการผสมกันในระดับเครือญาติที่ใกล้ชิดซึ่งเป็นอันตราย อันตรายอันนี้ ดร.จารุจินต์ ซึ่งถือว่าเป็น Mr.biodiversity ของโลกได้เตือนเอาไว้ก่อนตาย แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีใครลุกขึ้นทำอย่างจริงจัง จนมาเมื่อต้นปีเริ่มมีหลายองค์กรให้ความสนใจ หนึ่งคือสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ สองก็หน่วยงานที่เด่นเรื่องป่า คือ ปตท. นอกจากนั้นยังมีกลุ่มอุตสาหกรรมพอเพียงหลายสิบบริษัทแสดงความสนใจ

อาจารย์ยักษ์รู้สึกว่าการที่จะมีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคสื่อมวลชน มาร่วมกันให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีของมนุษยชาติเลยทีเดียว ก็ถือเป็นมิติซึ่งคิดว่านี่คือทางรอดของสังคม ดังนั้น การทำงานร่วมกันอาจารย์ยักษ์ก็จะขอยึดถือพื้นที่ลุ่มน้ำเป็นหลัก โดยอาศัยสันเขาที่ทำหน้าที่ปันน้ำนั่นแหละเป็นตัวแบ่ง ไม่ใช่จังหวัด อำเภอ ตำบล เพราะสัตว์ก็ไม่ได้ถูกจำกัดโดยพื้นที่ทางราชการกำหนด โดยพื้นที่ลุ่มน้ำในเมืองไทยมี 25 ลุ่มน้ำ ลุ่มน้ำที่สำคัญที่สุดที่อยู่ในใจของอาจารย์ยักษ์แล้วก็เดาว่าอยู่ในพระทัยของพระเจ้าอยู่หัวฯ คือลุ่มน้ำป่าสัก เพราะว่าท่านได้สร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เอาไว้ให้ใช้กักเก็บน้ำบรรเทาความแล้ง แต่มาวันนี้ต้นน้ำป่าสักทั้งลุ่มกำลังถูกทำลายไปอย่างรุนแรง ป่าผืนใหญ่ที่สุดที่เป็นต้นน้ำป่าสักพื้นที่เกือบ 4 ล้านไร่ ได้ถูกตัดเป็นท่อนเล็ก ท่อนน้อยหมด สัตว์ใหญ่ขนาดช้าง ควาย วัว และสัตว์ป่าอื่นๆ ไม่สามารถเดินข้ามกันได้แล้ว มันจะผสมพันธุ์กันใกล้ชิด ป่าภูหลวงก็ถูกตัด ภูสอยดาว ภูหอก็ถูกตัด น้ำหนาว ป่าพิษณุโลกหลายผืนถูกตัดแยกกันเป็นท่อนจะส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อคนไทยทั้งหมดในระยะยาว และที่แย่กว่านั้นในระยะสั้น ฝนตกมาก็จะพาเอาตะกอนดินไหลลงมาเต็มเขื่อนป่าสักฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่อาจารย์ยักษ์ยอมไม่ได้ ก็จะลุกขึ้นมาบอกประชาชนให้หยุดยั้งการทำลายป่า เพื่อไม่ให้เขื่อนป่าสักเต็มไปด้วยตะกอนดิน ไม่เช่นนั้นเงินที่พระองค์ท่านเหน็ดเหนื่อยทุ่มสร้างไป จะกลายเป็นเขื่อนเปล่าๆ ที่เต็มไปด้วยตะกอนดิน เป็นภารกิจที่เราต้องเร่งลงมือทำประโยชน์ที่จะฟื้นฟูป่าขึ้นมาด้วยภาคประชาชนเป็นหลัก และด้วยแรงสนับสนุนจากอีก 4 ภาคส่วนนี่แหละที่จะเป็นโมเดลตัวอย่างของการฟื้นฟูผืนป่าร่วมกันและถ้าประชาชนลุกฮือขึ้นร่วมมือ แน่นอนว่าพื้นที่ที่ประชาชนลุกขึ้นไปทำลายป่าก็จะกลับมาเป็นพื้นที่ป่า ป่าก็จะกลับมาต่อกันเป็นผืนเดียวกัน โดยมีประชาชนอยู่กับป่าโดยไม่ทำลายป่า เหมือนกับที่ตรัสเอาไว้ทุกประการ

แม้จะเห็นแนวทางอยู่ ...แต่ใครล่ะจะช่วยกันทำให้เป็นจริง นี่แหละเป็นความหวังที่เราอยากให้เกิดขึ้น ถ้าสำนักงานทรัพย์สินฯ ปตท. และกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมพอเพียง เอาจริงงวดนี้ มีคนมาร่วมมือจริง เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง เราก็พร้อมที่จะระดมลูกศิษย์เราระดมเครือข่ายของเราที่มีอยู่ทุกภาคมาช่วยกันต่อป่าผืนนี้ ตั้งแต่จังหวัดเลยลงมาอยุธยาพวกเราก็จะระดมคนมาช่วยกันทำให้ได้โดยการนำเอาศาสตร์ของพระราชาพระองค์นี้แหละลงไปฟื้นผืนป่า ทั้งต้นน้ำกลางน้ำและปลายน้ำ ส่วนทำอย่างไรนั้นขอยกไปเล่าในสัปดาห์หน้า +

ภาพประกอบจาก http://farm4.static.flickr.com/3540/3419970369_24993dd55c.jpg

แหล่งที่มา: 
พอแล้วรวย คมชัดลึก วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556