โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

Navigation

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์ฯ มาบเอื้อง ๐๓๘-๒๖๓๐๗๘ (แผนที่)


User login

พลังท้องถิ่นฟื้นฟูประเทศ ด้วยครู คลัง ช่าง หมอ (1)

ช่วงก่อนปีใหม่นี้ได้พบกับเรื่องราวดีๆ มากมาย ที่น่าจะเป็นความหวัง เป็นทางออกให้กับประชาชนได้ก่อนวันสิ้นโลก โดยเป็นความหวังที่ทอแสงมาจากท้องถิ่นและพลังความช่วยเหลือจากส่วนกลาง ทั้งองค์กรเอกชนและหน่วยงานรัฐที่มองเห็นและเข้าใจทิศทางและความจำเป็นที่จะต้องมาร่วมมือกันฟื้นฟูประเทศอย่างเร่งด่วน

เริ่มจากเมื่อสองวันก่อน อาจารย์ยักษ์ได้มีโอกาสบรรยายให้ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รวมทั้งปลัดเทศบาลและรองปลัดเทศบาลฟัง ส่วนวันนี้ได้มีโอกาสบรรยายให้บรรดาท่านนายกเทศมนตรี นายกอบจ. นายกอบต. รองนายกฯ ประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ซึ่งก็ต้องถือว่าเป็นบุคคลสำคัญในการที่จะขับเคลื่อนประเทศในระดับท้องถิ่น และหากบุคคลสำคัญเหล่านี้จะได้ร่วมมือกันน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ตามหัวข้อการบรรยายวันนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องยินดีอย่างยิ่ง

จากการได้พูดคุยกับผู้บริหารท้องถิ่นก็ได้รับคำยืนยันแน่ชัดว่า ในวาระที่โลกกำลังโกลาหลนี้ ลุ่มน้ำทั้ง 25 ลุ่มน้ำทั้งแผ่นดินไทยก็เสื่อมโทรมลงอย่างชัดเจน ได้ฟังจากนายกอบจ. อบต. ปลัด รองปลัด ก็ล้วนแล้วแต่ยืนยันว่าลุ่มน้ำทั้ง 25 ลุ่มน้ำเสื่อมโทรมลงหมดแล้ว ทั้งดินก็เสื่อมโทรมลง น้ำก็น้อยลงชัดเจนส่วนที่มีเหลืออยู่ก็เน่าเหม็นใช้การไม่ได้ สภาวะแวดล้อมโดยทั่วไปเสื่อมโทรมมาก สถานการณ์เช่นนี้จะยังผลให้เกิดสภาวะที่อดอยากยากแค้น ขโมย โขจรก็จะเต็มเมือง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่อันตรายที่ได้เตือนกันมาตลอด อาจารย์ยักษ์ก็คิดว่ายังดีที่ได้มีโอกาสบรรยายทางออกให้ได้ฟังกันในวันนี้

นอกจากกลุ่มผู้บริหารระดับท้องถิ่นแล้ว ช่วงที่ผ่านมาก็ได้มีโอกาสหารือกับหน่วยงานสำคัญๆ หลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ บริษัทเอกชนที่รวมตัวกันเป็นเครือข่ายอุตสาหกรรมพอเพียง มูลนิธิลูกโลกสีเขียวของปตท. หรือแม้แต่องค์กรระหว่างประเทศอย่าง UN (United Nations) ซึ่งมีหน่วยงานที่ชื่อว่า UNEP (United Nations Environment Programme) ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมโลกโดยเฉพาะเรื่อง Climate Change Adaptation หรือการปรับตัวรับสภาวะภูมิอากาศแปรปรวนก็ได้มาเจอกันในช่วงปลายปีนี้เพราะเขาพาชาวต่างประเทศมาดูงานที่มาบเอื้อง เพื่อจะมาดูการปฏิบัติงานจริง ด้วยหวังให้ศูนย์มาบเอื้องเป็นที่ถ่ายทอดประสบการณ์จริงและองค์ความรู้ขยายผลสู่ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อที่จะให้คนของเขาปรับตัวกับสภาวะอากาศที่แปรปรวนเปลี่ยนแปลงไปจนเกิดอันตรายต่อมนุษย์อย่างทุกวันนี้ได้เหมือนกัน

ในการบรรยายแต่ละครั้งอาจารย์ยักษ์ก็ถือโอกาสชักชวนหน่วยงานที่กล่าวมาแล้วข้างต้นให้มาร่วมกันคิดว่าจะปรับตัวเข้ากับสภาวะภูมิอากาศที่แปรปรวนไปจนเกิดอันตรายนี้ได้อย่างไร แรกเลยก็ชักชวนกันมาฟื้นฟูทั้งต้นน้ำ ตอนกลาง ตอนปลาย ด้วยแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งการทำฝาย การสร้างป่าขึ้นในที่สูง การทำโคก หนอง นา ในที่ตอนกลางและที่ราบลุ่มพื้นที่ชายฝั่งทะเล ตั้งใจจะพากันฟื้นฟูทั้ง 25 ลุ่มน้ำให้จงได้ วันนี้เท่าที่ฟังเสียงตอบรับดู ท่านนายกเทศมนตรี ท่านประธานสภา ก็เห็นว่าท่านยินดีไปปฏิบัติ ชักชวนกันไปก็ยกมือกันพรึ่บเลย ได้ฟัง ได้เห็นแล้วก็มีกำลังใจ คิดว่าจะได้ลงมือกันทำทั้งประเทศ

เรื่องที่สองก็เรื่องการศึกษาของชาติ ซึ่งก็ต้องย้ำกันชัดๆ ว่าการศึกษาของไทยวันนี้นั้นมันเสื่อมทรุดจนถึงที่สุดไปแล้ว ตอนนี้ตกไปที่ 50 กว่าๆ จากจำนวน 57 ประเทศของเราอยู่ที่ 51 ก็ถือว่าเกือบจะที่โหล่อยู่แล้ว ความหวังในการแก้ปัญหาก็ต้องฝากไว้กับท้องถิ่นอีกเหมือนกัน อาจารย์ยักษ์หวังว่าจะเห็นท้องถิ่นลุกขึ้นมาจัดการศึกษากันเอง วางแนวทางการศึกษาของตัวเองแล้วไม่ต้องไปหลงกระแส อย่าไปยึดติดกับกรอบยึดของการศึกษากระแสหลักเพราะว่ามันกำลังเจ๊ง ก็เห็นอยู่ แต่ต้องยึดที่ผลผลิต มองที่การสร้างคนให้มีวินัย ทำอะไรให้เป็นให้เหมาะกับท้องถิ่น พบจุดเด่นของตัวเอง ที่สำคัญเรียนหนังสือแล้วอย่าทิ้งบ้านทิ้งช่องให้อยู่กับครอบครัว อย่าทิ้งพ่อทิ้งแม่ เป็นคนกตัญญู ซึ่งก็คือเครื่องหมายของคนดี ทำเท่านี้แหละพลังท้องถิ่นจะเปลี่ยนแปลงประเทศได้อย่างแน่นอน ส่วนต้องทำอะไรบ้างนั้น ขอเล่าต่อปีหน้าคงไม่นานเกินไป สวัสดีปีใหม่ครับ +

แหล่งที่มา: 
พอแล้วรวย คมชัดลึก วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2555