โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

Navigation

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์ฯ มาบเอื้อง ๐๓๘-๒๖๓๐๗๘ (แผนที่)


User login

ประกันชีวิตด้วย “บุญนิยม” ข้ามชาติ

          หลังจากความเครียดอันเกิดจากทฤษฎีโดมิโนแห่งศตวรรษที่ 21 ที่คาดว่าจะล่มจมลงในศตวรรษนี้แล้ว บนแนวคิดเรื่อง “การให้” ที่พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไว้ โดยเฉพาะที่ว่า “สังคมไทยถ้ายังรู้จักการให้อยู่ เราจะฝ่าได้ทุกวิกฤต” ทำให้อาจารย์ยักษ์ได้นึกถึงเรื่องของหลักคิดในการทำประกันชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ที่ค้านกับหลักคิดทุนนิยมอย่างคนละขั้ว หรือในที่นี้ขอเรียกเองว่า หลัก “บุญนิยม” เพื่อให้เข้าใจง่าย

          บุญนิยม ก็คือ การที่กลุ่มหมู่เรานิยมบุญ มากกว่านิยมทุน เมื่อใดที่ต้องทำงานโดยมีทุนเป็นที่ตั้งนั้น จะขยับอิดออด แต่เมื่อใดที่เอาบุญนิยมหรือเอาบุญนำ ก็พากันพร้อมเพรียงกันลงมือทำ ในขณะที่คนทั้งโลก คนในประเทศไทย และคนทั่วโลกนั้นนิยม “ทุน” และกำลังดิ้นรนตะเกียกตะกาย สร้างความมั่นคงในชีวิตด้วยการสะสมทุน สะสมเงิน ฝากไว้ในธนาคารบ้าง ไปซื้อทองคำบ้าง มีเงินมาก็ต้องมานั่งคิดว่าจะเอาไปฝากที่ไหนดี หรือทำประกันชีวิตดี เพื่อที่ว่าเมื่อตายไปแล้วจะได้มีเงินก้อนมาเผาศพตัวเอง หรือเหลือกลายเป็นทุนสะสมถึงลูกหลาน
          อาจารย์ยักษ์ไม่เคยสะสมทุนแต่สะสมบุญ และมีความมั่นใจว่าตลอดชีวิตการทำงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 นั้นได้สะสมบุญเพื่อเป็นหลักประกันให้กับตัวเองมากยิ่งกว่าประกันชีวิตด้วยทุนมากมาย ตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยตกงาน เพราะว่าตะเกียกตะกายหางาน โดยการทำงานฟรีให้ตลอด ไม่อยากได้เงินได้ทองแต่อยากได้งาน อยากไปช่วยเขา ตะเกียกตะกายหาเงินไปช่วยคนอื่นโดยไม่คิดเงินทอง  เพราะอาจารย์ยักษ์เชื่อตามอย่างที่พ่อกับแม่บอกมาว่าสิ่งเหล่านี้แหละคือ “บุญ” คือ “ทาน” แล้วก็เชื่อจริงๆ ว่า “ทานนั้นมันมีฤทธิ์” จึงสั่งสมบุญ-ทานมาตลอด และแม้ว่าจะเคยซื้อประกันทั้งชีวิตและประกันสุขภาพ ก็เป็นไปด้วยวัตถุประสงค์ของผมคือ อยากจะช่วยคนขาย ขายมาตั้งนานแล้วขายไม่ออก ก็เลยซื้อ ตั้งใจจะช่วยคนขาย ตั้งใจจะช่วยเซลล์ให้มีอาชีพ อาจารย์ยักษ์ไม่เคยตัดสินใจซื้อประกันเพราะว่าอยากได้ความคุ้มครอง ความมั่นคงเลย เพราะว่าในชีวิตนี้ไม่เคยรู้สึกว่ามีอะไรไม่มั่นคงเลย ไม่ต้องการใครมาคุ้มครอง เพียงแค่บุญกรรมดีที่ทำกันไว้ แม้ว่าจะมีตั้งแต่ดีมาก ดีน้อยตามอรรถภาพ เพราะว่ายังไม่ได้เป็นพระอรหันต์ ไม่ได้เป็นคนดีเหมือนกับบางคนที่ประกาศตัวว่าจะเป็นคนดี หรือผมเป็นคนดีอยู่แล้ว หรือมีภาพลักษณ์ดี แต่เป็นแค่เพียงเด็กบ้านนอกธรรมดาๆ เป็นชาวนาธรรมดาๆ เป็นนักเรียน มีชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป เพียงแต่เป็นคนที่เชื่อว่าบุญที่เราสะสมมาตั้งแต่เด็กๆ กระทั่งรุ่นพ่อ รุ่นแม่ มาจนถึงตัวเองนี่แหละ จะทำให้ชีวิตเรามีความมั่นคงมากๆ และเพราะว่าด้วยใจที่เป็นอยู่เองว่าเมื่อใดก็ตามที่เห็นว่าที่ไหนเป็นปัญหา เราก็อยากจะอาสาไปช่วยกันทำให้มันสำเร็จ  ซึ่งก็ทำให้เรากลายเป็นคนมีงานทำแน่นมือมาตลอด  แล้วเพราะการช่วยเหลือกัน วงล้อมเครือข่ายก็ขยายตัวไปเรื่อยๆ ด้วยความมั่นใจว่าชีวิตเรามีบุญ-ทานเป็นประกันแล้วแน่นอน
          จนเมื่อไม่นานมีบริษัทประกันที่โทรมายื่นข้อเสนอให้ด้วยความหวังดี โดยเฉพาะเมื่อระยะหลังๆ เริ่มจะดัง เป็นซุปตาร์ เป็นเซเลบ ก็มีแต่คนโทรมาหา มาขายประกัน โดยบอกว่า ท่านอายุมาก แล้ว ทำงานหนักต้องทำประกันไว้บ้าง ตายไปจะได้ไม่เป็นภาระลำบากกับคนอื่น อาจารย์ยักษ์เลยบอกเขาไปว่า “คุณ...ถ้าผมตายไปเนี่ย ผมไม่ต้องสะสมเงินไว้เลย แต่ให้ไปจองวัดใหญ่ๆ เพราะกลัวว่าคนจะมากันเยอะ วัดจะรับไม่ไหว เพราะผมตายไปก็เชื่อว่าจะมีลูกศิษย์ ลูกหา มาช่วยกันเผาศพให้ได้ ไม่ถึงกับต้องไปรบกวนลูกหลานให้มาเสียเงิน เสียทอง เผลอๆ จะมีเงินบริจาคมาทำกิจกรรมอื่นๆ หรือมาตั้งมูลนิธิศัลยกำธรให้เสียด้วย เชื่อว่าจะมีคนนำเงินมาตั้งวัดให้เสียด้วยซ้ำ” คนขายประกันได้ฟังเขาก็อึ้งไป ที่ยกมาให้เห็นก็เป็นตัวอย่างของแนวคิดเรื่อง ประกันชีวิตตามแนวคิดบุญนิยม หรือทานนิยม เป็นกระแสที่ตรงข้ามกับกระแสทุนนิยม ซึ่งคนเข้าใจไม่ได้ว่าแบบนี้แหละมั่นคง ถ้ายังไม่เข้าใจ เข้าใจได้ไม่แจ่มชัด อาทิตย์หน้าจะมายกตัวอย่างต่ออีกเรื่อง รอติดตาม + 
แหล่งที่มา: 
พอแล้วรวย คมชัดลึก ฉบับวันเสาร์ที่ 18 ส.ค..2555