โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

Navigation

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์ฯ มาบเอื้อง ๐๓๘-๒๖๓๐๗๘ (แผนที่)


User login

ความห่วงใยของพ่อ

 

          อาจารย์ยักษ์เชื่อว่าในหลายวันมานี้หลายคนมีความปลาบปลื้มใจ ที่ได้เห็นว่าปีนี้เป็นปีที่พ่อแข็งแรงมากๆ ได้เห็นภาพพระราชกรณียกิจที่เคยเห็นจนเจนตา หรือบางคนก็เห็นจนชาชินกลับมาอีกครั้ง ภาพที่ได้เห็นในหลายๆ ครั้งนั้นทำให้อาจารย์ยักษ์คิดเดาเอาว่าน่าจะเป็นเพราะพ่อรู้ว่าบรรดาลูกๆ กำลังตกที่นั่งลำบากในหลายๆ เรื่องด้วยกัน ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังสะเทือน ผลกระทบจากยุโรป อเมริกา ประเทศยักษ์ใหญ่ทั่วโลกที่กำลังส่อแวววิกฤต น่าจะส่งผลกระเทือนถึงบ้านเราทางเศรษฐกิจ การเมือง การปกครองภายในก็ไม่ดี หันไปมองรอบด้านโรคระบาดจากโรคร้ายใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นมากมาย ในประเทศเราและแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างกัมพูชาก็เกิดโรคระบาดลึกลับที่ทำให้เด็กๆ ต้องล้มตายลงเป็นจำนวนมาก
          สิ่งสำคัญและปัญหาที่อาจารย์ยักษ์เองก็เพียรเตือนให้ระวัง คือ ความอดอยาก ข้าวยากหมากแพงกำลังจะมาเยือน ให้จับตาดูเรื่องการเปิดเสรีทางการค้าระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียนให้ดี นี่ยังไม่ทันถึงกำหนดเปิดดี ยังเหลืออีกเกือบ 3 ปี แต่ก็เห็นได้ว่าแผ่นดินไทยที่เป็นพื้นที่ปลูกข้าว ปลูกผัก ก็ได้เสียไปหมดแล้ว  พระเจ้าอยู่หัวเสด็จไปที่ทุ่งมะขามหย่อง ก็เป็นการชี้ให้เห็นว่าพระองค์ท่านได้ทำต้นแบบไว้ให้แล้ว ซึ่งก็คือเรืองเดียวกันกับ โคก หนอง นา คือที่ทุ่งมะขามหย่องนั้นได้ขุดดินมาทำโคกไว้ป้องกันตนเองได้เวลาน้ำท่วม แต่พระองค์ท่านก็ได้ทรงเปิดให้น้ำที่ท่วมไหลเข้ามาเก็บไว้ในหนองน้ำ เพื่อช่วยลดระดับน้ำที่จะไปท่วมชาวบ้านลง จากนั้นพอหมดหน้าน้ำท่วมที่อื่นๆ พากันแล้งทำนาไม่ได้ พระองค์ได้เสด็จไปปล่อยน้ำให้ชาวบ้านในเวลาที่น้ำฝนยังไม่มา แสดงให้เห็นชัดเจนว่าแนวคิดของพระองค์ท่านแก้ปัญหาได้จริงทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง หลังจากนั้นท่านได้เสด็จไปเยี่ยมโครงการฟื้นฟูดินเสื่อมโทรมที่เขาชะงุ้ม จังหวัดราชบุรี ซึ่งก็คือไปดูในเรื่องความแห้งแล้งต่อ ชี้ให้เห็นเป็นสัญญาณว่า คนไทยน่าจะต้องสู้กับภัยพิบัติข้าวยากหมากแพงในอนาคตอันใกล้นี้แน่แล้ว
          อาจารย์ยักษ์นึกย้อนกลับไปในอดีต เมื่อปี พ.ศ. 2532 สมัยที่พระองค์ท่านได้ทรงให้ไปเริ่มหาซื้อที่ดินแถบวัดมงคลชัยพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี สมัยนั้นที่นั่นเป็นที่แห้งแล้งไม่พอกิน น้ำก็ไม่มีพอจะทำนา ท่านได้ให้ไปหาซื้อที่แถบนั้นเพื่อทำให้ดูเป็นตัวอย่างว่าจะแก้ปัญหาเรื่องดิน เรื่องน้ำอย่างไร จนกลายเป็นเกษตรทฤษฎีใหม่แห่งแรกเกิดขึ้นที่นั่น เวลาผ่านไปหลายสิบปี ผลที่เกิดขึ้นก็เห็นชัด วันนี้ชาวบ้านพอมี พอกินกันหลายร้อยครัวเรือน ซึ่งก็หวังว่าเมื่อเกิดภาวะอดอยากข้าวยากหมากแพงขึ้น ชาวบ้านจะได้พึ่งวิถีการเกษตรตามแบบทฤษฎีใหม่นี่แหละ เอาตัวรอดกันได้จากวิกฤต แต่ก็น่าเสียดายที่คนไทยนั้นไม่เอาจริงเอาจังนักกับการขยายผล ทำตามเรื่องดีๆ ที่พ่อสอน พ่อทำ ให้ดูเป็นตัวอย่างแล้ว แต่ปีนี้น่าจะเป็นข่าวดีของจังหวัดสระบุรี เพราะทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด พัฒนาการจังหวัด พัฒนาการอำเภอ ท่านเจ้าอาวาสวัดมงคลชัยพัฒนา ชาวบ้านโดยรอบ ทั้งครูบาอาจารย์ ข้าราชการ อบต. ทุกหน่วยเหล่าในพื้นที่รวมไปถึงเจ้าของบริษัทเอกชนหลายแห่งในจังหวัดสระบุรี พากันจัดงานชุมนุมพลขึ้นชื่อว่า “รวมพลังเครือข่ายขยายผลทฤษฏีใหม่เฉลิมพระเกียรติ ประจำปี 2555” โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 2-4 สิงหาคมนี้ โดยตั้งใจว่าจะเป็นงานเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่านและเป็นงานชุมนุมพลคนที่นำเอาเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ไปใช้ ไปทำตาม จนประสบความสำเร็จ ได้มาแลกเปลี่ยนความเห็น ช่วยกันนำเสนอเรื่องราวดีๆ เป็นการตอกย้ำว่า สิ่งที่พ่อคิด พ่อทำนั้น ได้ผลจริงๆ เมื่อลงมือปฏิบัติบนผืนแผ่นดินไทยนี้แหละ
          งานนี้เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติก็จะได้ตบเท้าไปรวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อบอกเรื่องราวการเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติข้าวยากหมากแพงของเครือข่าย และให้กำลังใจกันและกันในภาวะที่กำลังเสี่ยงภัย น้ำจะท่วมหรือไม่ท่วม จะมีภัยอะไรมาบ้างก็ยังไม่รู้ ที่เห็นๆ คือภายในยังทะเลาะกัน ยังไม่สามัคคีกันนั้นชัดเจน การที่พระองค์ท่านเสด็จออกมาตรวจเยี่ยมนี้เป็นการส่งสัญญาณบอกว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็จะต้องเตรียมให้พร้อมเรื่องอาหาร เรื่องการฟื้นฟูดินให้ดี ดูแลน้ำให้ดีให้ได้ ให้คนมุ่งมั่นมาอยู่กับดิน กับน้ำ กับธรรมชาติ เตรียมพร้อมเรื่องอาหารการกิน ของใช้ ทำที่อยู่อาศัยได้และที่สำคัญ โลกกำลังขาดออกซิเจนอย่างหนัก มีคาร์บอนมากจนเป็นอันตรายแล้ว ก็ต้องเร่งมาปลูกป่า 3 อย่าง ปีนี้ท่านได้เสด็จพระราชดำเนินออกมาตอกย้ำอีก หวังว่าประชาชนคนไทยคงสำนึกต่อความห่วงใยของพ่อ วิธีที่จะทำให้ความห่วงใยนั้นคลายลง คือ ให้เร่งลงมือทำ อย่าไปเพ้อฝันกับเงินทอง ความมั่งคั่ง ร่ำรวย แย่งอำนาจ สมบัติพัสถานกันอยู่ ให้เอาจริงกับการรักษา แผ่นดิน แผ่นน้ำ แม่น้ำลำคลอง ส่วนวิธีการและเทคนิคต่างๆ นั้นพ่อได้ทำให้ดูมากมายแล้ว เหลือเพียงแต่หยิบเอามาทำตามให้จริงจัง ศึกษาลงมือทำ ก็เชื่อมั่นว่าจะอยู่รอด ปลอดภัยได้เป็นจำนวนมากๆ ทีเดียว หวังว่าความเพียรพยายามของพ่อที่อายุ 85 ปี จะเป็นกำลังใจให้ลูกทั้งประเทศ ระดมสรรพกำลังกันมา เร่งศึกษาสิ่งที่พ่อทำให้ดู แล้วนำไปทำให้เป็นจริงมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ +
แหล่งที่มา: 
พอแล้วรวย คมชัดลึก ฉบับวันเสาร์ที่ 14 ก.ค..2555