โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

Navigation

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์ฯ มาบเอื้อง ๐๓๘-๒๖๓๐๗๘ (แผนที่)


User login

ก้อนน้ำแข็งท่ามกลางเตาหลอมเหล็ก

 

               สองสามเดือนมานี้ เป็นเวลาที่อาจารย์ยักษ์ได้รับทราบข้อมูลเรื่องภัยพิบัติทั้ง 4 ด้าน ทั้งภัยพิบัติธรรมชาติ โรคระบาด พิษภัยจากเศรษฐกิจ และความขัดแย้งทางสังคมเกิดขึ้นกระจายไปทั่ว เสมือนกับโลกกำลังร้อนระอุ ปะทุเป็นความขัดแย้ง ปัญหารุนแรง ราวกับว่ากำลังอยู่ในเตาหลอม ทั้งเรื่องของแผ่นดินที่ลุกเป็นไฟ มีไฟ มีความร้อนจากภายในโลกประทุออกมาในหลายพื้นที่ ในขณะเดียวกันรัฐบาลเองก็ได้ประกาศเป็นภัยพิบัติแล้งไปแล้ว กว่า 48 จังหวัด 32,100 หมู่บ้าน หรือร้อนแล้งไปแล้วกว่าครึ่งประเทศ เมื่อฟังดูแล้วก็เหมือนกับว่ามนุษย์ทั้งโลกกำลังร้อนระอุอยู่ในตาหลอม  แต่ในขณะเดียวกัน อาจารย์ยักษ์ ก็ได้รับข้อมูลดีๆ เป็นความสงบ เยือกเย็น เหมือนก้อนน้ำแข็งท่ามกลางเตาหลอมเหล็ก แม้จะมีไม่มากนักแต่ก็เป็น กำลังใจให้ อาจารย์ยักษ์ ในการที่จะทำงานต่อไป
               น้ำแข็งท่ามกลางเตาหลอมก้อนแรก เกิดขึ้นเมื่ออาจารย์ยักษ์ได้ไปขี่จักรยานกับกลุ่มจักรยานแห่งความเพียร จากภูผาสู่มหานที ที่เคยตั้งขบวนขี่ร่วมกันมาจากน่านสู่ชลบุรี คราวนี้เป็นทริปสั้นๆ คือไปปั่นกันแถวๆ มีนบุรี ไปปั่นจักรยานกันในเรือกสวนไร่นา ริมคลองแสนแสบชานเมืองกรุงเทพ แถบคลองสามวา ได้ไปพบกับร้านอาหารคนท้องถิ่น เป็นคนอิสลาม ชื่อว่า ร้าน “สู้แค่หมด” เจ้าของร้านเป็นสามีภรรยากัน ทั้งสองคนเป็นคนมีน้ำใจมาก ขายอาหารให้กับคนทั่วๆ ไปในราคาถูกเพียงแค่จานละ 10 บาท มาเป็นเวลายาวนาน  อาจารย์ยักษ์กินก๋วยเตี๋ยวเป็ดจานนึง มะตะบะจานนึง แค่สองจานก็อิ่มแล้ว ที่สำคัญที่สุดเปิดให้บริการฟรีสำหรับคนแก่และเด็กที่วิ่งเล่นอยู่แถบนั้น พอถามว่าจะอยู่ได้ยังไง เขาก็บอกว่าอยู่ได้ ส่วนหนึ่งก็ได้ลูกค้าขาประจำที่เป็นแฟนคลับมาจากกลุ่มปั่นจักรยาน กลุ่มต่างๆ รวมขบวนกันปั่นไปกินข้าวกันที่ร้านนี้ ไปคราวนี้ก็เจอกันหลายคน เพราะบรรยากาศธรรมชาติแบบบ้านๆ ริมสระน้ำ มีสวนโดยรอบซึ่งใครอยากดื่มน้ำมะพร้าว ก็มีบริการมะพร้าวน้ำหอมให้กินฟรีแต่ต้องปีนขึ้นไปสอยมาเองนะ ก็ถือว่าท่ามกลาง ความเร่าร้อน รุ่มร้อนของสังคม การได้เข้าไปในร้านนี้แล้วก็ทำให้จิตใจเยือกเย็น ด้วยความมีเมตตาของเจ้าของร้าน แถมยังได้ออกมาถ่ายรูปร่วมกันด้วยเพราะหลังจากที่อาจารย์ยักษ์ได้ไปปั่นจักรยานจากภูผาสู่มหานที มีโอกาสได้ถ่ายทอดเรื่องราวลงหนังสือคน ก็มีคนมาขอถ่ายรูปด้วยมากขึ้น คราวนี้ก็ได้อานิสงส์ คือเจ้าของร้านสู้แค่หมดยังเลี้ยงอาหารอีกด้วย เรื่องราวนี้จึงเปรียบเสมือนน้ำแข็งท่ามกลางเตาหลอมเหล็กที่หากได้ขยายผลบอกเล่าต่อไป คงทำให้ผู้คนรู้สึกเยือกเย็นขึ้น และมีกำลังใจในการทำความดีต่อๆ กันไป
               น้ำแข็งก้อนที่สอง เป็นเรื่องราวของโครงการของกรมธนารักษ์ สำนักกษาปณ์ ที่ได้เชิญอาจารย์ยักษ์ ไปบรรยาย แค่เพียงได้อ่านหัวข้อการบรรยายก็พบว่าเป็นหัวข้อที่น่าประทับใจมากๆ หน่วยงานกรมธนารักษ์นี้ก็เปรียบเสมือนโรงงานอุตสาหกรรมทำหน้าที่ผลิตเหรียญกษาปณ์ มีบุคลากรจำนวนมาก และหลายประเภท ประกอบไปด้วย ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงาน ลูกจ้างชั่วคราว ในการปฏิบัติงานก็ต้องติดต่อประสานงานทั้งบุคคลภายใน และภายนอกสำนักงาน ทำให้พวกเขามองเห็นว่าระบบสังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ทรัพยากรธรรมชาติมาป้อนประโยชน์มนุษย์อย่างมากมาย แต่กลับเป็นว่าความผาสุกนั้นลดลงไปอย่างน่าใจหาย ส่วนความเห็นแก่ตัว ความเอารัดเอาเปรียบกันกลับปรากฏให้เห็นทุกรูปแบบ คุณธรรมและจริยธรรมลดต่ำลงอย่างมาก หน่วยงานจึงไดัจัดโครงการเสริมประสิทธิภาพด้านคุณธรรม จริยธรรมให้กับบุคลากร เพื่อปลูกจิตสำนึกในการรับผิดชอบต่อสังคม เป็นวัตถุประสงค์ข้อแรกที่ประทับใจมาก ส่วนข้อที่สองด้านเนื้อหาและหลักสูตรมีเรื่องของความพอเพียงกับการทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม เรื่องการสร้างมาตรฐานด้านคุณธรรมจริยธรรมเพื่อการอยู่ร่วมกัน และเรื่องการปฏิบัติตามพุทธศาสนาในชีวิตประจำวัน และการนำลงสู่การปฏิบัติให้เป็นจริงเช่นการปลูกป่า เมื่ออานโครงการแล้วก็รู้สึกว่า อยากจะไปพูดในทันที ส่วนหัวข้อการบรรยายครั้งนี้มีชื่อหัวข้อว่า “ปัญหาและวิกฤตที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงคือทางออก” ก็ยิ่งทำให้ตอกย้ำแนวทางความคิด ความเชื่อของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติที่ดำเนินการมาตลอด
               ทั้งสองเรื่องราวนี้ เป็นข้อมูลที่ ทำให้อาจารย์ยักษ์รู้สึกว่าท่ามกลางความโกลาหล รุ่มร้อนของสังคม มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นมากมาย เป็นก้อนน้ำแข็งท่ามกลางเตาหลอมเหล็กและทำให้ชื่อว่า ไม่ว่าสังคมจะเลวร้ายสักปานใด ถ้าเราเอาจริงเอาจัง ประสานงานกันให้ดี ร่วมมือกันให้ดี คนเก่งๆ แต่ละด้านก็จะมาร่วมรวมปัญญากันกำลังทรัพย์ทำให้เราสามารถฟันฝ่าปัญหาวิกฤตไปได้จริงๆ ถ้าท้อแท้ หมดกำลังใจก็ขอให้คิดถึง “ร้านสู้แค่หมด” ว่าเขาอยู่ได้อย่างไร จงเชื่อมั่นว่าหลักคิดของพระเจ้าอยู่หัวเรื่องความพอเพียง เป็นเหมือนความสงบ ร่มเย็น ท่ามกลางความร้อนระอุของสังคมจนแผ่นดิน ลุกเป็นไฟ
แหล่งที่มา: 
พอแล้วรวย คม ชัด ลึก ฉบับวันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2555