โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

Navigation

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์ฯ มาบเอื้อง ๐๓๘-๒๖๓๐๗๘ (แผนที่)


User login

กลืนชาติ กลืนวัฒนธรรม..ยุทธการล่าทรัพยากรแห่งศตวรรษ (2)

 

               สัปดาห์ที่แล้ว อาจารย์ยักษ์ชวนคุยเรื่องยาว ให้เหมาะกับเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ไทย ลองชวนกันมองให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของวันขึ้นปีใหม่ที่กำหนดตามจันทรคติ และสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนไทย วันสงกรานต์ ที่บรรพบุรุษของเราเลือกเอาเป็นวันขึ้นปีใหม่นั้น หาใช่เลือกเอาตามอำเภอใจ แต่เพราะมีเหตุเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตของชนชาติที่ทำอาชีพกสิกรรมเป็นหลัก เรามาเปลี่ยนแปลงวันปีใหม่ตามสุริยคติครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2432 แต่ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะตามชนบทก็ยังคงยึดถือเอาวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่อยู่ จนมาเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ให้เป็นวันที่ 1 มกราคมในปี 2484 ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาสู่ระบอบประชาธิปไตย การเปลี่ยนแปลงวันปีใหม่ในครั้งหลังนี้เองที่มีผลกระทบกับวิถีชีวิต
               ยุคสมัย 100 ปีที่ผ่านมา กล่าวได้ว่าเป็นยุคสมัยของการล่าเอาทรัพยากร ด้วยเครื่องมือสำคัญ คือ “กระบวนการเปลี่ยนแปลงค่านิยมและความคิด” เมื่อเขาจะล่าเอาทรัพยากร เขาก็ต้องทำให้เห็นก่อนว่า วิถีชีวิตการเพาะปลูกที่ใช้แรงงานคน แรงงานสัตว์ ทำนาเพื่อเลี้ยงชีพ ทำบุญ ทำทาน และแจกจ่าย เหลือแล้วจึงนำไปขายนั้นเป็นวิธีการผลิตพืชผลทางการเกษตรที่เชย ล้าสมัย ชาติตะวันตกและประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกาจึงเข้ามาบอกเราว่า จะเจริญต้องเอาเครื่องจักรลงไป ต้องค้าขาย ต้องสะสม ต้องทำตัวเหมือนฝรั่งตะวันตก การมีวันขึ้นปีใหม่แปลกแตกต่างจากชาติตะวันตกก็เป็นเรื่องไม่สากล การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมจึงเริ่มขึ้นจากชนชั้นสูงก่อน โดยกำหนดให้จัดงานรื่นเริงเฉลิมฉลองในวันขึ้นปีใหม่ วันที่ 1 มกราคมแบบตะวันตก เมื่อเริ่มเปลี่ยนแปลงความคิด ความเชื่อ ประกอบกับการกำกับโดยภาครัฐให้มีวันต่างๆ ตามวิถีฝรั่ง วิถีชีวิตของคนไทยก็เปลี่ยนไป ผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมก็ตามมา ปรกติวันโกนนั้น สัตว์น้ำจะเริ่มลอกคราบ คนก็จะหยุดจับสัตว์น้ำพอดี เพราะถือว่าเป็นวันพระ วันโกน ไม่ควรฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต สัตว์น้ำก็จะรอดออกไปขยายพันธุ์ได้ ในน้ำจึงมีปลา ในนาจึงมีข้าว เพราะวิถีที่สัมพันธ์และเกื้อกูลกันของทั้งคน สัตว์ พืช ดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์
               เมื่อวิถีของเราเปลี่ยนแปลงไปตามโลกตะวันตก เราจึงทำลายรากฐานของเราเสียหมด สุดท้ายเราก็ต้องไปพึ่งพาเครื่องจักร ระบบการศึกษาที่สอนในวัด สอนคนให้เป็นมนุษย์ มีจิตใจ มีการมองเห็นความเชื่อมโยงของสรรพสิ่งก็หายไป ถูกทำลายไป การศึกษาในบ้านที่สอนให้คนทำตามทุกอย่างที่พ่อ แม่ ทำมา ก็ล่มสลายหมด วิถีการทำนา ทำไร่ ทำสวน ไม่มีคนสืบทอดต่อ ลูกหลานเข้าโรงเรียนหวังแต่จะจบไปทำงานดีๆ มีหน้า มีตา ส่งเงินกลับมาเลี้ยงดูพ่อ แม่ การทำนานั้นหนักหนาสาหัส ไม่สมควรสืบทอดต่อไป ประเทศเราจึงเปลี่ยนจากประเทศเกษตรกรรม กลายเป็นประเทศที่กำลังอยากจะเป็น “อุตสาหกรรม” พลเมืองคนไทยที่เคยทำอาชีพอิสระ พึ่งพาตัวเอง ก็หลงเชื่อว่า อาชีพที่มั่นคงคือขายแรงงาน รับจ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไปผลของการเดินตามก้นฝรั่งก็แสดงให้เห็นประจักษ์ ทุกวันนี้ประเทศที่สามารถทำงานด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งน้ำมัน ไม่ต้องพึ่งเครื่องจักรตะวันตก กลายเป็นประเทศที่แข็งแกร่ง ส่วนประเทศนักทำลายทั้งหลายที่หันไปพึ่งค่าแรง ก็ถูกประเทศเจ้าลัทธิหรือประเทศอุตสาหกรรมจริงๆ ทั้งหลาย จ้องกันตาเป็นมันเพื่อจะได้เข้ามาตั้งโรงงาน สูบกินทรัพยากร ใช้แรงงานคนถูกๆ มาผลิตสินค้าส่งไปขาย ยิ่งในอนาคตที่น้ำมันมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ เพราะหายาก แรงงานคนถูกๆ แบบที่บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบคุณภาพชีวิตก็จะยิ่งตกเป็นเป้าหมาย อย่างที่เราเห็นกันมาแล้ว
               การล้มเลิกประเพณีวันขึ้นปีใหม่ไทยในวันสงกรานต์ กำหนดวันหยุดต่างๆ เปลี่ยนจากวันโกน วันพระ ไปเป็นวันหยุดตามสากล จึงเป็นการดึงคนออกจากวัด ให้มาหลงเพ้อไปกับเงินทอง ตามไปรับใช้ประเทศอุตสาหกรรมซึ่งเรียกตัวเองว่าประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งใช่ว่าประเทศเหล่านี้เขาจะลงมือกับประเทศเราเพียงประเทศเดียวเสียเมื่อไหร่ อาจารย์ยักษ์อยากให้ลองมองย้อนไปไม่นาน คราที่ประเทศเหล่านี้ระดมกันเข้าไปในทะเลทราย เฮละโลไปถล่มระเบิดลงไปที่ประเทศอิรัก แล้วตามไปฆ่าซัดดัม ฮุซเซนตาย โดยอ้างว่าเขากำลังจะสร้างปรมาณูเป็นภัยต่อมนุษยชาติ แต่ท้ายที่สุดแล้วจนปัจจุบันก็ยังไม่พบระเบิดปรมาณูที่ว่า แต่ที่แน่ๆ หลังจากฆ่าซัดดัมสำเร็จ ทุกประเทศก็เฮกันลงไปล่าเอาทรัพยากร เปลี่ยนทะเลทราย เปลี่ยนหลุมน้ำมัน ทลายภูเขา เปลี่ยนเป็นซิเมนต์ เป็นป่าคอนกรีตขึ้นงอกงามแทน แห่กันไปทั้งอังกฤษ อเมริกา ไม่ต่างอะไรกับฝูงแร้งที่จ้องลงไปทึ้ง เป้าหมายที่แท้จริงของประเทศเหล่านี้ก็คือการล่าเอาทรัพยากรมาสะสม เพิ่มทุนให้กับตัวเอง เพื่อที่จะเอาไปใช้รุกรานหาแหล่งทรัพยากรใหม่ๆ ต่อไป ...เป้าหมายใหม่ของประเทศนักล่าเหล่านี้จะเป็นที่ไหน ฉบับหน้ามีคำตอบ + 
แหล่งที่มา: 
พอแล้วรวย คม ชัด ลึก ฉบับวันเสาร์ที่ 21 เมษายน 2555