โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

Navigation

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์ฯ มาบเอื้อง ๐๓๘-๒๖๓๐๗๘ (แผนที่)


User login

๒๕๕๕ น้ำจะมาหรือนาจะแล้ง

               ปีนี้ 2555 กระแสการทำนายสภาพอากาศแยกขั้วเป็นสองทางชัดเจน ฝั่งหนึ่งว่าน้ำมาก อีกฝั่งว่าน้ำน้อยกว่าปีกลาย โดยฝั่งที่ว่าน้ำมากก็มักจะเป็นกลุ่มที่เข็ดขยาดจากน้ำท่วมปีที่ผ่านมา ไม่กล้าวางใจสถานการณ์ กลุ่มที่มองว่าน้ำจะน้อยส่วนใหญ่เป็นภาครัฐและภาควิชาการ โดยใช้เหตุผลคือดูจากสถิติที่ผ่านๆ มา ซึ่งเขาสรุปมาได้แล้วว่าปีที่แล้วปริมาณน้ำมากกว่ามาตรฐานเฉลี่ย 30 ปีอยู่ประมาณ 30% ปีนี้ไม่น่าจะถึง ดูๆ แล้วฝนน่าจะตกมากกว่าค่าเฉลี่ยแค่ 20% ไม่มากเหมือนปีที่ผ่านมา กลุ่มนี้ก็ประเมินว่าปีนี้น่าจะเบาลง

               อีกกลุ่มที่เชื่อว่าปีนี้น่าจะหนักหนากว่าปีกลายก็มีทั้งนักวิทยาศาสตร์ นักสังเกตการณ์ ผู้เชี่ยวชาญอนาคตศาสตร์ ไล่ไปจนถึงโหรยันไปถึงหมอดู ล้วนทำนายว่าปีนี้จะรุนแรงกว่า ซึ่งหากดูจากประมาณการเกิดพายุในทะเลแปซิฟิกปีที่แล้วคาดการณ์ไว้ 28 ลูก ปีนี้เมื่อต้นปีตัวเลขออกมาแล้วที่ 30 กว่าลูก ซึ่งปีที่แล้วนั้นพายุเอาหางเฉียดเข้ามา 5 ลูก ยังเละตุ้มเป๊ะทั้งประเทศ ปีนี้อาจารย์ยักษ์ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าโดนหางๆ 5 ลูกเหมือนปีที่แล้ว แต่เผอิญพุ่งเข้าตรงๆ ลูกนึงประเทศเราจะเป็นยังไง
               มองไปรอบๆ ตัวตอนนี้ทุกฝ่ายก็เริ่มขยับกันแล้ว โดยแต่ละหน่วยงานก็พยายามทำงานในหน้าที่ของตัว บ้างลอกคลอง ขุดทางน้ำผ่าน บ้างก็ไปตรวจสอบปริมาณน้ำในเขื่อนต้นปี พอเห็นว่าน้ำยังอยู่ระดับสูง ก็อยากจะให้ปล่อยๆ ลงมาบ้าง นัยว่าเกรงเขาจะบริหารน้ำผิดพลาด บกพร่อง ปล่อยน้ำเขื่อนมาลดนา ไร่ เหมือนปีที่ผ่านมา น้ำเหนือเขื่อนปีนี้เลยพร่องเอาไว้ตั้งแต่ต้นปี ทีนี้ถ้าอาจารย์ยักษ์อยากจะลองเดาๆ ไปข้างด้านดีว่า พายุปีนี้จะพาน้ำมาน้อยกว่าปีที่แล้ว แต่หากเผอิ๊ญ เผอิญ พายุที่เข้ามานั้นดันพาน้ำมาตกด้านล่างของเขื่อนเสียเกือบทั้งหมด นั่นก็หมายความว่าพื้นที่รับน้ำในเขื่อนที่พร่องรอเอาไว้นั้นจะไม่ได้ใช้งานอะไร ฝนที่ตกลงมาก็จะพาน้ำลงมาท่วมเหมือนเดิม และเหนือเขื่อนขึ้นไปก็จะยังแล้งเหมือนปีที่ผ่านๆ มา ซึ่งหากเป็นดังนี้ก็หมายความว่า ที่ทำนายกันไว้นั้นถูกทั้งคู่ เพราะเหนือเขื่อนขึ้นไปนาก็แล้ง พอไล่จากเขื่อนลงมาน้ำก็ท่วม แต่ประเด็นที่แสดงความกังวลใจนี้ก็เป็นประเด็นของธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดเดาได้แน่ชัดนัก เพราะเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ ผิดกับอีกเรื่องที่ทำให้กังวลใจมากกว่า นั่นคือ เมื่ออาจารย์ยักษ์ดูการบริหารจัดการน้ำของปีนี้ ตั้งแต่ นครสวรรค์ลงมาจนถึงอยุธยา กรุงเทพ พื้นที่ริมแม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม และแม่น้ำน่าน ไล่ลงมาจนถึงปลายน้ำ การป้องกันน้ำท่วมของทุกพื้นที่ ทุกแห่ง ทำเหมือนกันหมดคือ “ตั้งกำแพงกั้นน้ำ” โดยคิดเอาตามหลักง่ายๆ ว่าน้ำผ่านหน้าบ้านฉัน ถ้าฉันกันไว้ได้ น้ำย่อมไหลผ่านไปไม่เข้ามา แต่ดูเหมือนว่า ทุกคนจะสบประมาทน้ำ หรือ “น้องน้ำ” มากไปหน่อย เพราะปีที่ผ่านมาใครๆ ก็รู้ว่า น้องน้ำนั้นเขาทั้งดื้อและบ้าพลัง ที่ไหนขวางไว้มากๆ น้องน้ำโมโห ทลายกำแพงเสียนักต่อนัก อาจารย์ยักษ์ว่าเกือบทั้งหมดของกำแพงที่กั้นไว้สูง 3 เมตรบ้าง 5 เมตร บ้างนั้น ไม่สามารถทานแรงน้องน้ำได้ เพราะถ้าน้องน้ำเธอเข้าประตูหน้าบ้านไม่ได้ เธอก็เลาะเข้าทางกำแพง ขวางกำแพงกั้นไว้น้องน้ำก็พร้อมที่จะมุดเข้าไปทางใต้ดิน ทำลายกำแพงลงมาอย่างง่ายดายเพียงแค่ไหลเซาะเอาดินฐานรากออกไปด้วยกัน
               แม้ว่าประสบการณ์จะมีให้เห็นแล้วมากมาย แต่อาจารย์ยักษ์ก็เชื่อว่า ปีนี้คนก็จะไม่เชื่ออีก และยังทำผิดพลาดซ้ำเดิมกับปีที่ผ่านมา ยิ่งกว่านั้นคงจะพยายามท้าทายธรรมชาติด้วยเชื่อว่าเทคโนโลยีของมนุษย์นั้นแน่กว่า ปีนี้เราคงได้เห็นความทุ่มเทเพื่อท้าทาย กำแพงคงจะสูงไปอีก จาก 3 เมตร 5 เมตร เป็น 7 เมตร 8 เมตร เหมือนกับว่ามนุษย์จะขอแก้มือที่แพ้ไปปีที่แล้ว ก็แสดงว่าปีนี้ต้องวัดพลังระหว่างน้ำที่หลากมากับกำแพงกั้นด้านซ้ายบ้าง ขวาบ้างตลอดระยะทาง มาจนถึงที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา น้องน้ำจะโดนบีบทุกทางจนไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องพุ่งเข้าใส่ ยิ่งยกกำแพงกั้น น้องน้ำก็จะยิ่งเหมือนคนโมโห ยิ่งมีพลัง กำแพงสูงแค่ไหนอาจารย์ยักษ์ก็คิดว่าทานไม่อยู่ เพราะจากนครสวรรค์ไล่มาอยุธยาไม่มีใครยอมปล่อยให้ออกข้างทางเลย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ชุมชน โรงงาน โรงพยาบาล โรงเรียน อบต. อบจ. ฯลฯ สถานที่ก่อสร้างทุกแห่งไม่ยอมให้น้ำไหลผ่าน แต่พร้อมใจกับบล็อกน้ำให้ยกสูงขึ้น คาดหมายให้ผ่านไปเร็วๆ ดังนั้นเหตุการณ์ปีนี้ที่ไม่ต้องเป็นหมอดู ก็ทำนายได้ คือ ปีนี้ก็จะยังไม่มีใครเอาอยู่เหมือนเดิม แถมจะยังหนักหนาสาหัส เพราะความไม่เชื่อ ความดื้อรั้น ไม่ฟังบรรพบุรุษ การตัดสินใจแก้ไขปัญหาแบบตัวใคร ตัวมัน ไม่ยอมมองให้เห็นทั้งระบบ น้ำมาปีนี้ จะเป็นอย่างไร....อาจารย์ยักษ์ไม่อยากจะนึก ส่วนเครือข่ายพวกเรากสิกรรมธรรมชาตินั้นก็เตรียมพร้อมเอาภูมิปัญญาการจัดการน้ำมาแบ่งปันกันเรียนรู้ เพราะเราเชื่อว่า บรรพบุรุษท่านทำไว้ดีแล้ว ใครสนใจรอติดตามฉบับหน้า อาจารย์ยักษ์จะมาบอกว่าแต่ละภาคนั้นเขามีการจัดการอยู่กับน้ำกันอย่างไร +
 
อาจารย์ยักษ์ มหา'ลัยคอกหมู
 
แหล่งที่มา: 
พอแล้วรวย คม ชัด ลึก ฉบับวันเสาร์ที่ 3 มีนาคม 2555