โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง 038-198643 (แผนที่)


User login

ความสำคัญของบันไดขั้นที่ 9

 

เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติเรามีความเชื่อมั่นร่วมกันว่า การจะทำงานให้สำเร็จเป็นรูปธรรม และสร้างให้เกิดพลังการเปลี่ยนแปลงได้นั้น ต้องรวมกันเป็นเครือข่าย ผูกพันกันไว้ด้วยโซ่ 3 เส้น ซึ่งอาจารย์ยักษ์ใช้เป็นคำถามในการทบทวนอุดมการณ์ร่วมกันทุกครั้งว่า ยังคงมั่นในโซ่ 3 เส้นนั้นอยู่หรือไม่ ส่วนโซ่ 3 เส้นนั้นคืออะไร ก็ได้เคยเขียนไว้แล้วในบทความตอน “ความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคประชาชน” แต่จะสรุปทบทวนฟื้นความจำอีกสักครั้งโดยย่อ โซ่ 3 เส้นนั้นได้แก่ การมีหลักคิดหรืออุดมการณ์ร่วมกัน การมีกฎกติการ่วมกัน และการรักใคร่กันเหมือนญาติมิตร ซึ่งนอกจากในเครือข่ายเราจะผูกพันกันเหมือนญาติมิตรแล้ว การจะทำงานให้สำเร็จลุล่วงนั้น เราก็จะต้องยื่นมือไปเชื่อมโยงเครือข่ายอีก 5 ภาคส่วนในสังคม จึงจะมีพลังสร้างความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ความเชื่อมั่นเรื่อง “พลังของเครือข่าย” นี้ทำให้เราทำงานได้สำเร็จมาหลากหลายงาน และก็เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้หลายหน่วยงานแม้ทำงานสำเร็จแต่งานนั้นๆ ไม่ขยายผล เหตุเพราะทำอยู่คนเดียว ทำอยู่ชุมชนเดียว ไม่สนใจที่จะติดต่อเครือข่ายสนับสนุนส่วนอื่นๆ ผลคือ เมื่อหมดแรง หมดงบประมาณ งานที่ทำก็จบลง กลับกันหากสามารถสร้างเครือข่าย เชื่อมโยงได้ให้ทำงานไปพร้อมกันเป็นขบวน และทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน หรือเป็นกระบวนการ ก็สามารถที่จะขยายแนวคิดดีๆ ต่อไป เหมือนดั่งที่เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติอาศัยแนวทางนี้ ขยายแนวคิดของพระองค์ท่านที่ได้ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้วนั้นออกไปเรื่อยๆ โดยมุ่งมั่นให้เกิดดอกออกผล เต็มทั้งแผ่นดินตามคำปฏิญาณที่ได้ให้ไว้หน้าพระบรมฉายาลักษ์ของพระองค์ท่านในทุกวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี

การให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นเครือข่าย ก็เหมือนกับงานอื่นๆ คือ ต้องแปลงลงสู่รูปธรรมให้ได้ จึงจะถือว่าเห็นผล เราจึงมีการจัดประชุมเป็นประจำทุกเดือน โดยหมุนเวียนไปตามศูนย์เครือข่ายต่างๆ ทั่วประเทศ  ในการจัดประชุมก็ต้องประชุมกันเป็นเนืองนิตย์ พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อศูนย์นั้นๆ ให้เกิดประโยชน์ขึ้น ต้องได้ทั้งประโยชน์ตนเองคือการมาประชุม และถึงพร้อมด้วยประโยชน์ท่านคือประโยชน์ที่เกิดต่อศูนย์นั้นๆ เช่น มีการแลกเปลี่ยนพันธุ์พืช เอาพันธุ์พืช พันธุ์สมุนไพรมาแบ่งปันกัน ไปร่วมกันเอาแรงขุดแหล่งน้ำ ลงแรงกันปลูกป่าสามอย่าง ทำซั้ง ทำกล่ำ ด้วยแนวทางนี้เราก็ได้พยายามทำต่อเนื่องกันมาตลอดกว่า 30 ครั้งแล้ว และที่สำคัญคือ เรามีงานประจำปีของเรา ทุกๆ กลางเดือนมีนาคม เพื่อเป็นการพบปะกัน พูดคุยกัน เอาสิ่งดีๆ ที่ไปทำมาบอกเล่าแลกเปลี่ยนกัน แม้ว่าเราจะไม่นิยมอวดดี แต่เราก็ยินดี และเต็มใจที่จะ “เอาดีออกอวด”

ปีนี้ “งานมหกรรมคืนชีวิตให้แผ่นดิน” จะจัดขึ้นในวันที่ 16-17-18 มีนาคม 2555 เป็นการเอาจริงเอาจังกับการรณรงค์ให้คนรับรู้ถึง 9 วิธีการฟื้นฟูชาติด้วยศาสตร์พระราชา โดยอัญเชิญ บทพระราชนิพนธ์พระมหาชนกที่ทรงเพียรพยายามพระราชนิพนธ์อยู่ถึง 11 ปี มาตีความ มาแปลความให้เข้าใจง่ายๆ ฟังง่ายๆ สู่พี่น้องประชาชนที่รักเคารพสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ของเรายิ่งนัก ยิ่งกว่าพ่อ ยิ่งกว่าชีวิต หรือที่เรียกว่าเป็นพ่อของแผ่นดิน ได้มาคิด มาตีความร่วมกันเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริง เพื่อสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลง นอกจากนั้นเครือข่ายเรายังพยายามที่จะรณรงค์ด้วยการใช้สื่อทุกรูปแบบ รวมทั้งการนำเสนอผลสำเร็จของแต่ละคน แต่และกลุ่มที่แปลงศาสตร์ต่างๆ ลงสู่การปฏิบัติ จนเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนว่าแนวคิดปรัชญาของพระองค์ท่านที่ทั่วโลกยกย่อง รวมกันกับวิถีบ้าน บ้าน ที่บรรพบุรุษของเราทำมา แตกต่างกันไปตามแต่ภูมิสังคมนั้น หากเราเข้าใจและลงมือทำจะเกิดเป็นผลสำเร็จ เป็นทางรอด เป็นความพออยู่ พอกิน ได้ตามพระกระแสรับสั่งจริง และแนวทางฟื้นฟูชาติจากบทพระราชนิพนธ์พระมหาชนก ทั้ง 9 วิธีฟื้นฟูต้นมะม่วง นั้นสามารถก่อให้เกิดการขยายผล การเชื่อมโยง การสร้างพลังความสามัคคีเพื่อเอาบ้าน เอาเมืองให้รอด เป็นไปได้จริงแล้ว ... ส่วนเป็นไปอย่างไรนั้น สัปดาห์หน้าอาจารย์ยักษ์จะมาเกริ่นให้ฟัง

แหล่งที่มา: 
พอแล้วรวย คม ชัด ลึก ฉบับวันเสาร์ที่ 7 มกราคม 2555