โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง 038-198643 (แผนที่)


User login

มาบเอื้องโมเดล (3) : พิสูจน์ทฤษฎี วิถี บ้าน บ้าน

อาจารย์ยักษ์ มหา'ลัยคอกหมู

 
          มาบเอื้องโมเดล เป็นบทพิสูจน์ทฤษฎี วิถีบ้าน บ้าน ผ่านวิกฤตได้จริงๆ แต่อย่าเข้าใจผิดว่า วิถีบ้าน บ้าน นั้นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เป็นอะไรก็ได้ง่ายๆ อย่างนั้นไม่ใช่ แต่วิถีบ้าน บ้าน เป็นวิถีดั้งเดิม มีความเรียบง่ายจริง แต่ในยุคที่สังคมกำลังล่มสลายจากคลื่นโลกาภิวัตน์ บวกคลื่นน้ำที่ถาโถม การคง “วิถีบ้าน บ้าน” ไว้ให้ได้นั้น ไม่ง่ายเลย วิถีบ้าน บ้าน ที่นำพาให้เกิด “มาบเอื้อง โมเดล” จนผ่านวิกฤตได้จริงครั้งนี้ คือ วิถีแห่งธรรม และการแสดงฤทธิ์ของ “ทาน” ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม
 
 
          เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ เครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง และศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง เราเชื่อมั่นว่า เมื่อมีพอกิน พออยู่ พอใช้ คืนกลับความร่มเย็นให้ธรรมชาติแล้ว ถือว่าพอแล้วจริง แต่ไม่ใช่ให้ไปค้าขายหาเงิน หาทองมาบำรุง บำเรอความสุขของตัว ไม่ได้ส่งเสริมให้เสพสุขจนทำลายธรรมชาติอย่างไม่บันยะ บันยัง แต่สอนให้ทำบุญ ทำทาน ให้แจกไป ให้กับคนอื่น เมื่อทำดังนั้นก็จะได้เพื่อน ได้มิตร เกาะเกี่ยวกันเป็นเครือข่ายช่วยเหลือกันยามวิกฤตเช่นนี้ ส่วนการขายนั้นเราให้ขายได้ในขั้นที่ 8 ขายหลังจาก “ให้” แล้วจึงจะเป็นการขายที่ได้บุญจริง อาจจะขายผลผลิตที่เหลือโดยการแปรรูปไปขาย หรือขายสิ่งที่คิด ที่ทำมา ขายความรู้...เพราะรักจึงอยากให้คุณรู้
 
 
          การเดินตามแนวทางทั้งหมดนี้ ก็คือ “บันได 9 ขั้นสู่เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งเมื่อถึงขั้นก้าวหน้าแล้ว จะมีเพื่อนเสมือนญาติไว้คอยช่วยเหลือกัน เมื่อมีเพื่อนก็มีกำลังในการประสานกันรับมือเหตุภัยพิบัติ มาบเอื้องโมเดล เป็นการทำงานที่เคลื่อนเป็นลำดับขั้น คือมี “กระบวนการ” และทำงานกันเป็นเครือ หรือ “ขบวนการ” โดยเครือข่ายของเรานั้นได้รับการแบ่งเป็นกำลังพล 5 สาย ได้แก่
1.       สายกำลังพล : ทำหน้าที่ในการเผชิญเหตุการณ์ต่างๆ
2.       สายข่าว : ทำหน้าที่ติดตามข่าวสาร ประเมินสถานการณ์ เมื่อมีการเกิดเหตุภัยพิบัติขึ้นก็จะได้แจ้งเตือนกันได้แม่นยำ ทันเวลา
3.       สายยุทธการ : ทำหน้าที่ประเมินเหตุและวางแผนการรับมือ มีหลักสำคัญ คือ ต้องประชุมกันเป็นเนืองนิตย์ เพื่อวางแผนล่วงหน้า รับมือเมื่อเกิดเหตุ และตัดสินใจในสถานการณ์คับขัน
4.       สายพลาธิการ : ทำหน้าที่ส่งกำลังบำรุง ซึ่งเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติได้มีการส่งข่าวถึงกันให้เตรียมการปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกมันไว้ เก็บข้าวเปลือกไว้ในยุ้งข้าวให้พอรองรับคนศูนย์ละ 200 คนให้ได้ ถ้าทำได้ทุกศูนย์เครือข่ายก็หมายถึงการกระจายความเสี่ยง และมีข้าวส่งมาช่วยเหลือกันจากศูนย์ที่ไม่ได้รับผลกระทบ เหมือนที่ครั้งนี้ มาบเอื้องได้รับข้าวสารอาหารแห้ง จากพี่น้องเครือข่ายทั่วประเทศ ซึ่งก็ทำให้ได้ส่งมอบความช่วยเหลือไปยังผู้ที่เดือดร้อนได้เป็นจำนวนมาก “เครือข่าย” จึงเป็นสายพลาธิการชั้นดี
5.       สายมวลชนสัมพันธ์ หรือสายกิจการพลเรือนในทางทหาร ทำหน้าที่ประสานพลังเครือข่ายทั้งหมดที่มีอยู่ ทั้งเครือข่ายพวกเรา ชาวกสิกรรมธรรมชาติ และเครือข่ายอื่นๆ ทั้ง 5 ภาคี เราจึงมีมวลชนจำนวนมากเข้ามาช่วยเหลือกันจนกิน จนใช้ไม่หมด ได้มีแจกจ่ายแบ่งปันกันไป
 
 
          เมื่อเห็นทั้ง “กระบวนการ” และ “ขบวนการ” แล้วก็จะเห็นว่า การช่วยเหลือกันในภาวะวิกฤตนั้น มันอยู่ในสายเลือดของคนไทยอยู่แล้ว เป็น วิถีบ้าน บ้าน วินัยแบบบ้านๆ ที่เราลืมเลือนไป แต่ “มาบเอื้องโมเดล” ได้พิสูจน์แล้วว่า จริง ในภาวะวิกฤต วิถีบ้าน บ้าน ผ่านได้จริง แล้วผ่านแบบสวยงามในความเป็นมนุษย์ที่มีคุณค่า ถ้าหน่วยงานรัฐ หรือผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะได้เห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ แล้วนำไปสร้างศูนย์แบบนี้ให้เกิดขึ้นเป็นร้อยๆ แห่ง แบบเข้าใจจริงๆ ไม่ใช่เด็ดเอาแต่ยอดไปปลูกเหมือนที่ทำอยู่ อาจารย์ยักษ์ก็เชื่อว่าจะสามารถช่วยคนได้ และที่สำคัญจะใช้ฟื้นฟูชีวิต ฟื้นฟูธรรมชาติกลับคืนมาได้ อย่างไม่ยากเย็น ด้วย “มาบเอื้องโมเดล” +
แหล่งที่มา: 
พอแล้วรวย คม ชัด ลึก ฉบับวันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม 2554