โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง 038-198643 (แผนที่)


User login

อย่าประมาทวิกฤต 4 ประการ

 

อาจารย์ยักษ์ มหาลัยคอกหมู
 
อย่าประมาทวิกฤต 4 ประการ
 
ในที่สุดสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็เป็นไปอย่างที่อาจารย์ยักษ์ได้เคยบรรยายในที่ต่างๆ ทั้งในมหาวิทยาลัย ที่กระทรวงการคลัง การบรรยายในโครงการความร่วมมือต่างๆ ที่จัดร่วมกันกับมหาวิทยาลัย ทั้งการพูดคุยกับเครือข่ายในการประชุมเครือข่ายทุก 2 เดือน และทุกการบรรยายที่จัดขึ้นที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จ.ชลบุรี ถ้าใครยังไม่ลืมนอกจากจะบอกกล่าวเตือนกันถึงวิกฤตที่จะเกิดขึ้นแล้ว อาจารย์ยักษ์ยังย้ำเสมอว่า วิกฤตนี้จะไม่ได้มาระลอกเดียว
 
ถ้ายังจำได้เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2554 อาจารย์ยักษ์เคยเตือนไว้แล้วว่า มีนาคมจะเกิดน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ ตุลาคมจะโกลาหลทั้งประเทศ และไม่ได้หมายความถึง น้ำท่วม เพียงอย่างเดียว  แต่หมายถึงโรคระบาดที่จะตามมา วิกฤตเศรษฐกิจข้าวยาก หมากแพง และที่สำคัญมนุษย์จะขัดแย้งกันเอง ซึ่งมีอันตรายมาก แม้ในระดับสูงก็จะเกิดความขัดแย้งรุนแรง ประเทศนี้จะอยู่กันลำบาก เพราะมีแต่ความขัดแย้งที่ไม่อาจตกลงกันได้ เรื่องที่เห็นง่ายๆ คือ ความขัดแย้งระหว่างคนนอกคันกั้นน้ำกับในคันกั้นน้ำ เมื่อรัฐบาลตัดสินใจปิดคันกั้นน้ำเพื่อรักษาคนในคันกั้นน้ำเพื่อป้องกันพื้นที่ด้านล่าง ระดับน้ำจะยกตัวสูงขึ้นทันที ที่สูงอยู่แล้วสองเมตรจะเพิ่มเป็นสามเมตร ความเดือดร้อนจากที่พอทนได้ก็จะกลายเป็นเกินความอดทน คนก็จะไปคว้าปืนมาไล่ยิงกันเอง แม้แต่ตำรวจ ทหารเองก็ยากที่จะไปหยุดความขัดแย้ง นี่คือตัวอย่างเล็กๆ ที่เกิดขึ้นทั่วไป
 
มองไปด้านแนวทางแก้ไขแล้ว รัฐบาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมากี่ชุดต่อกี่ชุด ก็มุ่งแต่จะไปช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรม โดยมองว่าภาคอุตสาหกรรมมีแรงงานอยู่หลายล้าน ต้องกู้ภาคอุตสาหกรรมเพื่อหาเงินเข้าระบบ วนเวียนอยู่แต่การหา “เงิน” มาแก้ปัญหา ในขณะที่ประชาชนบางส่วนรู้แล้วว่า เงินทองเป็นของมายา ข้าว ปลา อาหาร น้ำ ยารักษาโรคต่างหากที่สำคัญกว่าเงิน นี่คือความอันตรายยิ่งกว่า ที่อาจารย์ยักษ์กลัว คือ ความเห็นที่ไม่ตรงกัน หรือการที่ “ทิฐิ” ไม่ “สามัญตา” คนส่วนใหญ่ยังคมเฮละโลไปตามกระแสเงินตรา ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงภัยเหลือเกิน เด็กวัยรุ่นที่ทิ้งไร่ ทิ้งนา มาหาเงินตราในโรงงานอุตสาหกรรม มากกว่า 10 ล้านคนแล้ว ไม่ได้ฝึกให้หาข้าว ปลา อาหารมาก่อน ก็แน่ชัดว่าขโมย ขโจร ปล้นสะดม จะมีสถิติเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เพราะคนเจอภัยธรรมชาติ เจอโรคระบาดหาทางไปไม่ได้ ตอนนี้กรมควบคุมโรคพบโรคระบาดแล้วกว่า 10 ชนิด แม้กระทั่งโรคที่เคยควบคุมได้ก็จะกลับมาระบาดอีกครั้งโดยเฉพาะโรคฉี่หนู หรือเล็ปโตสไปโรซิส ก็จะกลับคืนมา
 
ที่น่าห่วงยิ่งไปกว่านั้น คือ ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายจะเข้ามาแทรก ปัญหาน้ำท่วม น้ำเน่า โรคระบาด ความอดอยาก ขโมยขโจรยังไม่ทันจบ น้ำยังไม่ทันไปถึงทะเล ประเทศไทยก็จะต้องเผชิญกับภัยพิบัติแล้งในบางพื้นที่ อีกไม่นานรัฐบาลจะต้องสั่งทหาร สั่งทุกหน่วยงานให้เอารถบรรทุกน้ำไปแจกให้กับชาวบ้านที่ขาดแคลนน้ำ แน่นอนว่าจะต้องใช้งบประมาณอีกเป็นจำนวนมาก ผลาญน้ำมันอีกมหาศาล ยังนึกไม่ออกว่าประเทศไทยจะผ่านไปได้อย่างไร ถ้าคิดแต่จะทำธุรกิจหาเงินเข้าประเทศดูแล้วก็น่าเป็นห่วงเหลือเกิน แต่ถ้าหันมาดูการหาอยู่ หากินกับน้ำ ถ้ามีภูมิปัญญาเอาน้ำฝนที่ตกมาใช้ประโยชน์ ย้อนไปดูการใช้ชีวิตอยู่กับน้ำของคนในท้องถิ่นนี้ เขาอยู่กับน้ำได้อย่างมีความสุข แต่ที่เห็นกลุ่มที่ตะเกียกตะกายกันส่วนใหญ่แล้วเป็นชุมชนที่มาสร้างตึก สร้างที่อยู่อาศัย สร้างถนนหนทางขวางทางไหลของน้ำ แล้วลืมไปว่าแท้ที่จริงแล้วคุณมาบุกรุกอยู่ในที่ของน้ำ แล้วถ้าไม่จัดการอย่างเป็นระบบ ประวัติศาสตร์ก็จะเกิดขึ้นซ้ำรอยอีก และเท่าที่ฟัง ดร.โกร่งท่านว่า สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ปีนี้ ปีหน้า 3 ปี 5 ปี จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้ว ไม่เกิดขึ้นตลอดไป อาจารย์ยักษ์ก็ยิ่งกังวลใจ หากมุ่งหวังให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนจริงๆ ดั่งที่ ท่านดร.โกร่ง ตั้งเป้าหมายไว้ ก็ต้องมองออกจากกรอบแนวคิดเดิมที่มุ่งแก้ปัญหาจากการเอาภาคอุตสาหกรรมเป็นตัวตั้ง หันมามองรากเหง้าของประเทศชาติ แก้ปัญหาโดยสนับสนุนรากให้หยั่งลึกลงไปในผืนดิน ด้วยแนวทางที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ถ้ามองเห็นความจริงตามนี้โอกาสรอดของประเทศก็ยังมี แต่ถ้ามองไม่เห็นความจริง อนาคตประเทศไทยก็คงต้องฝากไว้กับนางมณีเมขลาแล้วล่ะครับ +  
แหล่งที่มา: 
พอแล้วรวย คม ชัด ลึก ฉบับวันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2554