โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง 038-198643 (แผนที่)


User login

สงครามห้าทัพ (2)

 

อาจารย์ยักษ์ มหา’ลัยคอกหมู
สงครามห้าทัพ (2)
 
เหตุการณ์อุทกภัยครั้งร้ายแรงนี้ แม้ว่าจะเจ็บปวดมาก แต่ก็เป็นการดี ที่จะทำให้คนในชาติได้ขบคิดที่จะเปลี่ยนแปลง ได้ลงมือเปลี่ยนวิธีคิด วิถีชีวิต เพื่อให้ดำรงอยู่ได้โดยไม่ฝ่าฝืนกับกฎของธรรมชาติมากเกินไป อาจารย์ยักษ์ยังมีความเชื่อมั่นลึกๆ ว่า ในอนาคตอันไม่ไกลนี้ จะได้เห็นวิชาการพัฒนากรุงเทพมหานคร เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง และสอดรับกับธรรมชาติ เพราะความจริงที่ประจักษ์ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า มนุษย์ไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้เลย แม้แต่สถานที่เดียว ถึงแม้จะเป็นหน่วยงานที่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ครบครัน มีกำลังคนอยู่ในระเบียบวินัยพร้อมสรรพอย่างกองทัพต่างๆ สามารถที่จะก่อสร้างพนังกั้นน้ำได้รวดเร็ว ใหญ่โต ดูเสมือนว่าจะหยุดยั้งพลังของกองทัพพระแม่คงคาได้สำเร็จ แต่เมื่อเอาเข้าจริง ความอ่อนโยน นิ่มนวลของพระแม่คงคา กลับทำลายความกระด้างแข็งแกร่ง ของสิ่งก่อสร้างที่แปลกแยกจากธรรมชาติให้พังทลายลง
 
สิ่งที่อาจารย์ยักษ์ อยากจะชักชวนกันทำในอนาคตหลังจากผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปแล้ว คือ ทุกคนน่าที่จะได้มาทบทวนกันเสียใหม่ โดยทำความเห็นให้ตรงกันว่ามนุษย์นั้นพร้อมที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ ไม่จำเป็นต้องประหัตประหารให้พินาศกันลงไปเสียข้างหนึ่ง ดังนั้น มนุษย์ก็น่าจะได้แบ่งพื้นที่ให้กับแม่พระคงคา ได้ใช้เป็นเส้นทางน้ำหลาก งดเว้นสิ่งก่อสร้างทั้งหลาย ทั้งปวง แม้แต่สิ่งก่อสร้างบางอย่างที่ขวางทางน้ำอยู่ในเวลานี้ เช่น ถนนหนทาง ทางรถไฟ ก็ต้องปรับใหม่ ต้องพร้อมที่จะเปิดช่องทางน้ำหลาก 10 หรือ 20 ช่องทาง ช่องทางหนึ่งก็จะต้องกว้างขวางเพียงพอให้น้ำหลากไปได้ ด้านหน้าไม่ควรจะต่ำกว่า 10,000 เมตร หรือ 10 กม. หรืออาจจะแบ่งเป็นทางเล็ก ทางน้อย ทางใหญ่ก็แล้วแต่ ควรจะได้มีการเวนคืนที่ดินเพื่อทำการนี้ให้เสร็จสิ้นเสีย แล้วจัดสรรพื้นที่ทางน้ำหลากให้เป็นพื้นที่เกษตร โดยทำการตกลงกับเกษตรกรในพื้นที่นั้นๆ ว่าการปลูกสร้างอาคาร บ้านเรือน สิ่งก่อสร้างทุกชนิดให้ยกพื้นสูง เพื่อให้น้ำผ่านได้  ส่วนข้าวก็ให้ปลูกข้าวพันธุ์พื้นบ้าน เหมือนบ้านผมในสมัยเด็กๆ ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อน้ำหลากมาสูง 2 เมตร ข้าวก็จะอยู่ได้ ไม่เสียหาย เพราะเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม และใช้วิธีการทำเกษตรแบบกสิกรรมธรรมชาติ หยุดใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง รากพืชก็จะยาวและมีจำนวนรากมาก เมื่อเวลาน้ำหลากมา ข้าวก็ทะลึ่งตัวสูงขึ้น ก็จะไม่เสียหาย น้ำจะไหลหลากลงทะเลไปได้อย่างง่ายดาย แม่พระคงคาก็จะไม่อยู่กับเรานาน เมืองจะกลับมาเป็นอู่ข้าว อู่น้ำ อุดมสมบูรณ์ ไม่ใช่ว่าใครนึกจะไปปลูกสร้างอะไรก็ทำตามอำเภอใจเหมือนเช่นวันนี้ การลงทุนในการนี้ก็อาจใช้เงินเป็นหมื่นล้าน แต่หากเกิดความเสียหายขึ้นมา ก็จะต้องเสียเป็นแสนล้าน
 
แนวทางดังกล่าวนี้พระองค์ท่านได้พระราชทานมานานกว่า 30 ปีแล้ว อาจจะได้ถึงเวลาร่วมกันทำกันอย่างจริงจังเสียที ถ้ายังขืนดื้อ ดึงดันที่จะฝืนธรรมชาติต่อไป ก็เชื่อได้ว่า ปีหน้าสงคราม 5 ทัพ น่าจะรุนแรงกว่านี้อีกมากมาย ส่วนระบบบริหารเพื่อที่จะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นนั้น อาจารย์ยักษ์ของเสนอแนะให้ทำเป็นความร่วมมือของทั้ง 5 ภาคี หรือนิ้วมือทั้ง 5 โดยที่ภาครัฐคือนิ้วหัวแม่มือ ภาควิชาการคือนิ้วชี้ นิ้วกลางคือภาคประชาชน นิ้วนางคือเอกชน และนิ้วก้อยคือภาคประชาสังคมและสื่อมวลชน เพราะงานใหญ่ครั้งนี้จะทำโดยภาครัฐอย่างเดียวไม่มีทางสำเร็จ ประชาชนอย่างเดียวก็ไม่สำเร็จ เพราไม่มีอำนาจกฎหมาย ไม่มีอำนาจสั่งการ แต่หากได้รับการประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนมาร่วมกันคิด ร่วมกันทำ แสดงพลังสามัคคีเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติได ถ้าทั้ง 5 นิ้วมารวมกันก็จะกลายเป็นพลังฝ่ามือ ที่จะหยุดยั้งปัญหาได้อย่างง่ายดาย เมื่อถึงฤดูกาลน้ำหลาก แม่พระคงคาก็ไม่ต้องต้องกรีฑาทัพเข้าผ่านเมือง มนุษย์ก็ไม่ต้องยกระดับพนังกั้นน้ำขึ้นสูงขึ้นต่อสู้กัน มนุษย์และแม่พระคงคาจะกลายเป็นมิตรกัน จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ถึงวันนั้นประเทศไทยก็จะเป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยว เป็นสังคมที่มีความสุขที่สุดในโลก ไม่ว่าฤดูแล้งเราก็มีน้ำเก็บไว้ใช้อย่างเหลือเฟือ ฤดูน้ำหลาก น้ำก็หลากลงไป ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายขังท่วม... ใครจะว่าอาจารย์ยักษ์ฝันไปก็ทำเถอะ แต่ในยามนี้ก็เชื่อมั่นว่าฝันนี้อาจจะเป็นจริงได้ไม่ยากนัก แต่เชื่อมั่นว่ากรุงเทพจะโปร่งจริง +
แหล่งที่มา: 
พอแล้วรวย คม ชัด ลึก ฉบับวันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2554