โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง 038-198643 (แผนที่)


User login

อัศจรรย์หนองใหญ่ หยุดภัยน้ำท่วม

 

“พอ” แล้วรวย
อาจารย์ยักษ์ มหา’ ลัยคอกหมู
 
อัศจรรย์หนองใหญ่ หยุดภัยน้ำท่วม
 
          ทุกครั้งที่น้ำท่วมใหญ่ อาจารย์ยักษ์ก็จะนึกถึงเหตุการณ์ที่หนองใหญ่ ครั้งพระองค์ท่านทรงรับสั่งให้รวมตัวกันสู้ภัยน้ำท่วมโดยไม่ยอมท้อ เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2540 หลังจากพายุไต้ฝุ่นซีต้า พัดผ่านภาคใต้เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2540 สร้างความเสียหายให้กับคนชุมพรทั้งชีวิตและทรัพย์สิน พอมาในเดือนพฤศจิกายน กรมอุตุประกาศเตือนการก่อตัวของพายุลินดา ทุกคนก็หวาดเสียวกันว่าปีนี้น้ำจะท่วมหนักกว่าทุกปี เพราะชุมพรน้ำท่วมมาตลอด แต่ว่าพระองค์รับสั่งให้สู้ภัยน้ำท่วมด้วยกัน โดยให้เร่งขุดคลองหัววัง-พนังตัก ซึ่งเป็นคลองที่ขุดค้างไว้เหลือช่วงระยะทางสั้นๆ ราวกิโลเมตรครึ่งเศษซึ่งกั้นน้ำไว้ทำให้น้ำจากแม่น้ำท่าตะเภาไม่สามารถระบายออกสู่ทะเลได้ พระองค์ทรงสอบถามว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จเมื่อไหร่ หน่วยงานผู้รับผิดชอบแจ้งว่างบประมาณยังไม่มาน่าจะแล้วเสร็จในปีหน้าคือปี 2541 พระองค์ท่านรับสั่งให้เร่งเวลาขึ้นอีกจากที่กำหนด 12 เดือนให้เหลือเพียง 1 เดือน โดยทรงพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ให้ดำเนินการ ซึ่งการทำงานก็มีอุปสรรคมากมายทั้งระยะเวลาที่สั้น ภาวะที่รีบเร่ง จนทุกคนแทบจะสรุปตรงกันว่า “เป็นไปไม่ได้” แต่พระองค์ท่านบอกว่า “ได้” สุดท้ายต้องใช้รถแบคโฮตั้งแถวเรียงต่อกันหลายๆ ชั้น จึงจะขุดได้ทัน เมื่อมือตักของรถแบ็คโฮจ้วงลงครั้งสุดท้าย น้ำฝนก็ทะลักลงทะเลทันที ทำให้ชุมพรรอดพ้นจากพายุลินดาในครั้งนั้น จากวันนั้นก็ถือเป็นจุดเริ่มของโครงการหนองใหญ่ มีการพัฒนาโครงการเต็มทั้งระบบแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2541 จนวันหนองใหญ่ได้ทำหน้าที่เป็นแก้มลิงได้สมบูรณ์หยุดภัยน้ำท่วมชุมพรได้ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
          ขณะนี้ สถานการณ์บ้านเราก็ปรากฏพายุไห่ถาง และพายุเนสาต ทยอยกันกำลังจะเข้ามาไทย หากคนไทยระดมกำลังกันวางแผนให้ดี ตั้งหลักคิดให้ได้ พื้นที่ตรงไหนพอจะพร่องน้ำได้ก็ทำเป็นที่พร่องน้ำเข้าไปรองรับน้ำไว้ให้ได้ในช่วงเวลานี้ ถ้าพร่องน้ำไม่ได้จำเป็นจะต้องท่วมก็ต้องเตรียมเรือ แพ ชูชีพ เตรียมการอพยพขนย้ายให้พร้อม เพราะเมื่อสู้ไม่ได้ก็ต้องหนี แต่จะหนีไปไหนได้ถ้าไม่ได้เตรียมการ ไม่เรียนรู้ ไม่ฝึกฝน เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นในระยะเวลาอันสั้น ก็จะต้องมีการบาดเจ็บ ล้มตาย ข้าวของเสียหายกันมากมาย เมื่อพายุใหญ่เข้ามาถึงในระยะเวลาอันใกล้นี้ เพราะเขื่อนและอ่างที่รองรับน้ำทุกตัวก็เต็มเปี่ยม บางอ่าง บางเขื่อนก็เกินล้นแล้ว อย่างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ก็มีน้ำเกินมาราว 30% แล้ว ต้องปล่อยให้ทะลักท่วมลงมา ทางออกที่ดีที่สุดในสถานการณ์วันนี้ที่ไม่มีพื้นที่รับน้ำ ไม่มีคลอง ไม่มีหนองแล้ว เพราะ ไม่ได้เตรียมการไม่ได้ขุดอ่าง ทำแก้มลิงไว้ล่วงหน้า ก็มีทางเดียวคือ... ไม่มีหนองก็ต้องหนี ถ้าหนีอย่างเครือข่ายเราที่ได้ผ่านการฝึกฝนไว้แล้ว ก็จะเป็นการหนีอย่างมีการวางแผน รู้ว่าจะหนีไปไหน รู้แหล่งที่น้ำจะไม่ท่วม รู้ว่าจะไปหาอาหารการกิน หาหยูกยาที่ไหน ดูแลรักษากันเองได้ก็เอาตัวรอดได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องระดมกำลังกัน รวมตัวกันช่วยเหลือกันเองให้มากที่สุด ห่วงอยู่ก็แต่ว่า พายุใหญ่ทะลักเข้ามาจะท่วมทุกหย่อมหญ้า แม้แต่กรุงเทพมหานครเองก็จะเอาไม่อยู่ อาจารย์ยักษ์ก็นึกไม่ออกว่าใครจะมาช่วยใครได้ ถ้าไม่ช่วยตัวเอง ให้ตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท ให้เตรียมพร้อมให้ดี
          เครือข่ายเราก็ได้มีสื่อที่ทำหน้าที่ส่งข่าว คือ วารสารจุดเปลี่ยนซึ่งก็ได้เตือนกันมาตลอด ผ่านทาง facebook ทาง twitter และมีการส่ง SMS ให้กันในเครือข่ายเพื่อบอกข่าว เตือนภัย ส่วนงานของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติก็จัดหลักสูตรอบรม ป้องกัน ฟื้นฟูและเตือนภัย สร้างอาสาสมัครภาคประชาชนขึ้นเตรียมการรับมือ ตามหลัก ต.ส.ฟ. (เตือนภัย-สื่อสาร-ฟื้นฟู) ซึ่งก็ทำกันได้ระดับหนึ่งแล้วและหวังว่าการทำงานเรื่องนี้จะได้รับการสนับสนุนและทำกันอย่างต่อเนื่อง เพราะทุกคนต่างเห็นภัยพร้อมๆ กันในปีนี้
          คอลัมน์วันนี้เขียนขึ้นวันที่พายุไห่ถางกำลังจะแตะแผ่นดินไทยที่มุกดาหาร อำนาจเจริญ อาจารย์ยักษ์ก็ขอให้คาถาศักดิ์สิทธิ์ป้องกันภัยไว้กับทุกคน คือ “พึ่งตนเอง” และเมื่อพึ่งตนเองได้แล้วก็ต้องรวมตัวกันที่จะไปให้คนอื่นพึ่ง ซึ่งคือความหมายของความเป็น “เครือข่าย” ที่แท้จริง จากนั้นเมื่อพายุผ่านพ้นไปก็จะต้องตั้งหลักทำกันอย่างจริงๆ จังๆ โดยนำแนวคิดที่ได้พระราชทานไว้ที่หนองใหญ่มาดำเนินการให้ทั่วประเทศ เพราะเป็นโมเดลที่ได้รับการพิสูจน์มาหลายสิบปีแล้วว่าได้ผลจริง ก็จะช่วยคนไทยได้อีกมากมาย เพราะดูอาการแล้วว่า งานเข้าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย แต่เราคนไทยคงจะต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์น้ำแบบนี้อีกหลายครา
แหล่งที่มา: 
คม ชัด ลึก ฉบับวันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม 2554