โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง 038-198643 (แผนที่)


User login

ปลุกพระ...ขึ้นสู้ภัย (1)

“พอ” แล้วรวย

อาจารย์ยักษ์ มหา’ ลัยคอกหมู

ปลุกพระ...ขึ้นสู้ภัย(1)

               ขณะเขียนต้นฉบับอยู่นี้ อาจารย์ยักษ์เพิ่งจบการบรรยายที่วัดพระบรมธาตุ จังหวัดกำแพงเพชร เป็นการบรรยายท่ามกลางสภาวะวิกฤต น้ำป่ากำลังบ่าท่วมลงมาจากเขา และระดับน้ำในลำน้ำทุกสายขณะเดินทางขึ้นมาจากกรุงเทพเมื่อวานอยู่ในระดับสูง และบางแห่งเริ่มล้นตลิ่งแล้ว แต่การเดินทางมาบรรยายในครั้งนี้ก็ทำให้อาจารย์ยักษ์มีกำลังใจขึ้นอีกมาก

               การบรรยายครั้งนี้ เป็นการมาบรรยายเพื่อถวายความรู้แด่พระภิกษุที่มหาจุฬาลงกรณ์นิมนต์มา ในการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง  การสร้างความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบจากการเปิดประชาคมอาเซียน ปี 2558 ครั้งที่ 1 จัดขึ้นณ ศาลาการเปรียญ วัดพระบรมธาตุ (พระอารามหลวง) โดย พระราชวชิรเมธี, ดร. เจ้าอาวาส วัดพระบรมธาตุ  ในฐานะผู้อำนวยการหน่วยวิทยบริการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยกำแพงเพชร เป็นประธาน

               ช่วงเช้า อาจารย์ยักษ์ได้ถวายความรู้แด่พระนิสิต ประมาณ 150 รูป และมีพระสงฆ์ในจังหวัดกำแพงเพชรอีกราว 30 รูป ร่วมกับประชาชนทั่วไปที่เป็นศิษย์ของเครือข่ายเรา คือผ่านการอบรมจากเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติมาแล้ว มีอยู่ประมาณ 20 คน การบรรยายก็เน้นหัวข้อเรื่อง “พระมหาชนก” และ “9 ยุทธวิธี กู้วิกฤตชาติด้วยศาสตร์พระราชา”และบันได 9 ขั้นสู่ความพอเพียง ส่วนภาคบ่ายก็เป็นการบรรยายของ คุณหมอสุมล นาคเฉลิม ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก มณฑลทหารราบที่ 4 จังหวัดชลบุรี ซึ่งท่านได้บรรยายเรื่อง “ความพร้อมในการรับมือการเปิดประชาคมอาเซียน” การบรรยายทั้งสองรายการได้รับความสนใจอย่างมาก ซึ่งทั้งความหมายของบันได 9 ขั้น และ 9 ยุทธวิธีกู้วิกฤตชาติด้วยศาสตร์พระราชานั้นได้เขียนไปแล้วทั้งสองเรื่อง แต่จะนำกลับมาทวนให้ใหม่ เพราะเหตุว่าสถานการณ์ในวันนี้ อาจจะทำให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงความสำคัญของบทพระราชนิพนธ์ “พระมหาชนก” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงใช้เวลาพระราชนิพนธ์อยู่ถึง 11 ปี ซึ่งอาจารย์ยักษ์ตีความ ความหมายของภาพการฟื้นฟูต้นมะม่วงนั้น ได้เป็น 9 ยุทธวิธีกู้วิกฤตชาติด้วยศาสตร์พระราชา ดังนี้

ยุทธวิธีที่ 1 เพาะเมล็ดมะม่วงคือ การนำเมล็ดแต่ละเมล็ดมาเพาะให้เติบโตเป็นต้นกล้า เปรียบเสมือนการเอาสมาชิกรุ่นเยาว์วัยมาอบรมบ่มเพาะให้การศึกษา ใส่ปัญญา ใส่ความรู้ คุณธรรม ให้สามารถเติบโต เป็นผู้ใหญ่ที่รู้ผิดชอบชั่วดี

ยุทธวิธีที่ 2 ถนอมรากที่ยังมีอยู่ให้งอกรากใหม่หมายถึงการให้ความสำคัญกับภูมิปัญญา รากฐานวัฒนธรรมของเราโดยเฉพาะรากฐานของการให้ การแบ่งปัน และการไม่เบียดเบียน

ยุทธวิธีที่ 3 ปักชำกิ่งที่เหมาะแก่การปักชำหมายความตามความเป็นจริงของสังคมที่มีทั้งคนดี และคนไม่ดี คนดีสมควรได้รับการทำนุบำรุง ส่งเสริม เพื่อให้สามารถสร้างประโยชน์ในที่ต่างๆ ได้

ยุทธวิธีที่ 4 เอากิ่งดีมาเสียบยอดของต้นไม้ที่ยังไม่มีผลให้มีผลคือ คือการส่งเสริมคนดี ให้มีอำนาจเหนือคนโง่ คนไร้ปัญญา จนสามารถแผ่อิทธิพล ปกครองคนโง่เขลา และเปลี่ยนแปลงขัดเกลาคนโง่ได้

ยุทธวิธีที่ 5 เอาตามาต่อกิ่งของอีกต้นหมายถึง การเอาความรู้ใหม่ๆ โลกทัศน์ วิธีคิดใหม่ ความคิดดีๆ ที่เป็นประโยชน์มาให้กับคนที่ยังงมงาย คนที่ยังอยู่ในอบาย

ยุทธวิธีที่ 6 เอากิ่งมาทาบกิ่งหรือหลักการ assimilation คือการประสานเชื่อมร้อยพลังของ “คนดี” เข้าด้วยกัน เอาเรื่องดีๆมาผูกโยงเข้าด้วยกัน เป็นเครือเดียวกัน มาเป็นพวกกันที่สามารถ ก่อพลัง เป็นต้นแบบ รวมทั้งเป็นพลังที่สามารถ สยบ ความไม่ดีได้

ยุทธวิธีที่ 7 ตอนกิ่งให้ออกรากคือการนำเอากิ่งที่ยังแข็งแรงอยู่มาตอน รอให้ออกรากจึงนำไปปลูกใหม่ เสมือนการสร้างเสริม “คนดี” ให้มีความมั่นคงแข็งแรงพอ เพื่อที่จะสามารถขยายไปสร้างรากฐานในที่ใหม่ๆ ได้ด้วยตัวของตัวเอง

ยุทธวิธีที่ 8 รมควันต้นที่ไม่มีผลให้ออกผลกลุ่มคนบางกลุ่มจำเป็นต้องใช้วิธี “บีบบังคับ” เพื่อให้กระทำในสิ่งที่ควรกระทำ การเปลี่ยนแปลงนำพาสังคมไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ในบางสถานการณ์ก็ต้องใช้วิธี “ปฏิวัติ” หรือการใช้ “ไม้เรียว” นั่นเอง

ยุทธวิธีที่ 9 ทำชีวาณูสงเคราะห์คือ การขยายพันธุ์ด้วยอณูเล็กๆ นั่นคือ การใช้ “สื่อ” เพื่อการเปลี่ยนแปลงวิธีคิด และพฤติกรรมของคนจำนวนมากในระดับ DNA

               ทั้ง 9 วิธี อาจารย์ยักษ์เกริ่นไว้ให้ได้คิดร่วมกัน ว่าจริงไหมที่วิธีทั้ง 9 เมื่อนำมาใช้ให้เหมาะสม จะเป็น 9 วิธีที่พาเอาบ้าน เอาเมืองรอด พาชาติผ่านวิกฤตได้จริง +

แหล่งที่มา: 
คม ชัด ลึก ฉบับวันเสาร์ที่ 17 กันยายน 2554