โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

Navigation

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์ฯ มาบเอื้อง ๐๓๘-๒๖๓๐๗๘ (แผนที่)


User login

โลกกำลังจะแบนลง

“โลกไม่ได้กลมหรอก ความจริงแล้วโลกแบน” 1 

วันนี้อาจารย์ยักษ์อยากจะเชื่อคำพูดนี้จริงๆ เพราะโลกแบนลงอย่างรวดเร็วเหลือเกิน โลกแบนลงทั้งๆ ที่สัณฐานของโลกทางกายภาพยังกลม แต่การสื่อสารที่เชื่อมต่อถึงกัน “พริบตาเดียว” และการเปลี่ยนแปลงที่มาถึงไวทำให้โลกใบนี้ในความหมายของสังคมการอยู่ร่วมกันแบนราบลง ในมิติที่ซ้อนกันของการเปลี่ยนแปลงนี้ ผู้คนที่ยังเชื่อว่าโลกกลมก็คงจะต้องตกโลกไป รวมไปถึงหน่วยงานหรือองค์กรที่ไม่ยอมขยับตัว ยังทำอุ้ยอ้ายขยับตัวช้า ก็คงจะต้องตายไปกับคลื่นความเปลี่ยนแปลง
 
อาจารย์ยักษ์ขอยกตัวอย่างที่ใกล้ที่สุด ความเปลี่ยนแปลงที่วิ่งเข้าหาเราอย่างรวดเร็วเหมือนรถไฟความเร็วสูงจากจีนที่กำลังจะสร้าง หรือสี่แยกอินโดจีนที่ปักป้ายรอท่าที่ จ.พิษณุโลก นั่นคือ การมาถึงของประชาคมอาเซียนในปี 2558 และจะกลายเป็นอาเซียน+3 เพิ่มจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอาเซียน+6 เพิ่มออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย แสดงให้เห็นทิศทางชัดเจนของการกลืนหายของเขตพรมแดนประเทศ แม้ว่าอธิปไตยยังอยู่ แต่เสรีในหลายด้านก็เพิ่มเข้ามา เช่น การลงทุน ส่งออก กำลังคน กำลังทุน และความร่วมมือในรูปแบบพิเศษต่างๆ ซึ่งขณะนี้ประเทศที่มองเห็นและตื่นตัวมาก พร้อมจะเข้ามาลงทุนในบ้านเราคือจีน ที่ปรับตัวกำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ มีนายทุนใหญ่ 4 ราย ที่มีทุนมหาศาล กำลังจะเททุน เทคนลงมา เริ่มจากเส้นทางคมนาคมที่จะพาคนมาได้เป็นแสนๆ คนจากจีน 
 
เมื่อคนลงมาสะดวกก็จะพาทุนลงมาด้วย เชื่อว่าจะเกิดการจ้างงานเป็นล้านคน จากขบวนการค้าที่เกิดใหม่บนความเสรี
ถามว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้ เพราะว่าหากผลิตที่บ้านเขาการส่งออกไปจะเสียภาษี แต่หากผลิตที่บ้านเราอาศัยข้อ
ตกลงการเป็นประชาคมก็ไม่ต้องเสียภาษี
 
ถ้าจีนย้ายฐานขนาดยักษ์เข้ามาแล้วเข้ามาตีตลาดทั้งเอเชีย คำถามคือ ผลบวกกับผลลบมันจะเกิดอะไรขึ้นกับคนไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออก เพราะฐานสำคัญของการขนส่งสินค้าทางอากาศอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ฐานส่งทางเรือก็อยู่ที่ จ.ชลบุรี ระยอง ความเปลี่ยนแปลงแน่ๆ ในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง ทั้งฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง รวมมาถึงกรุงเทพฯ สมุทรปราการ
 
อาจารย์ยักษ์ฟันธงว่าภูมิภาคนี้ได้รับผลกระทบแน่ๆ ทั้งทางบวกและทางลบ ส่วนใครจะได้ผลบวก ก็พวกที่ปรับตัวเร็วที่สุดนั่นไง พวกที่มีทุน มีการศึกษาสูง มีโอกาส มีทางเลือก มีข้อมูล ทำให้รู้เท่าทันคน เหล่านี้จะมีโอกาสได้ผลทางบวก
 
ถามว่ามีสัก 5% ได้ไหมในจำนวนคนทั้งหมดที่ปรับตัวทัน แล้วคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราว ตาสีตาสาที่ทำนา ทำสวน ร้านค้าขนาดเล็ก หาบเร่ แผงลอย เขาจะอยู่ได้ยังไง
 
อาจารย์ยักษ์ว่า แม้แต่ที่ดินที่จะให้วางหาบเร่ แผงลอยก็ยังไม่มี แล้วอย่าถามถึงภาคเกษตร ทั้งรายย่อย รายกลาง เมื่ออุตสาหกรรมการค้าขยาย การขนส่งขยาย มันจะเข้าไปเบียดพื้นที่เกษตรกรรม เบียดพื้นที่ป่า พื้นที่น้ำ ประมง เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ผลิตอาหาร มันเกิดโกลาหลแน่นอน เงินจะเข้ามามากจนหมุนสะพัด พอคนเห็นเงินคนก็จะทิ้งแหล่งอาหาร ไปรับจ้างในภาคการค้า
 
ดังนั้น จะไม่มีแรงงานภาคการเกษตรแน่ๆ คนรุ่นใหญ่ ไม่ต้องพูดถึงคงปรับตัวตามไม่ทันก็ต้องรอวันตายอยู่ในภาคเกษตร แต่รุ่นเล็ก รุ่นกลางหนีเข้ามาอยู่ในภาคอุตสาหกรรมหมด... แล้วใครจะผลิตอาหารให้พวกท่านกิน... อาจารย์ยักษ์ขอถามหน่อย
 
คำถามเหล่านี้ จะต้องเป็นคำถามที่ถูกแปลงลงไปเป็นงานวิจัยที่แหลมคมและแม่นยำ (Problematic Variable) แปลงไปสู่ระเบียบวิธีการวิจัยอย่างเป็นระบบ และเชื่อถือได้ (Methodology) ซึ่งงานวิจัยนี้ สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ กำลังหาคำตอบให้แก่คนทุกคน
 
ทว่า ไม่ใช่แค่คนเพียง 5% แต่เป็นคนทั้งหมด ทั้งตัวผู้วิจัยเองไปจนถึงพ่อค้าหาบเร่ และหวังว่างานนี้จะสร้างนักวิจัยขึ้นมาเป็นที่พึ่งของผู้คนในลุ่มน้ำนี้ให้ได้ ซึ่งจะต้องเป็นทั้งนักวิจัยที่เป็นนักวิชาการ นักวิจัยจากข้างนอก และนักวิจัยที่เป็นชาวบ้าน เพื่อให้ได้ผลงานวิจัยออกมานำไปสู่การปฏิบัติ ที่จะทำให้เขารอดได้จริง
 
ไม่ใช่เพียงนำไปสู่ความรู้หรือเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้วิจัยเท่านั้น!
         
"อาจารย์ยักษ์ มหา’ ลัยคอกหมู" 
 
แหล่งที่มา: 
พอแล้วรวย คม ชัด ลึก 14 พฤษภาคม 2554