โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง 038-198643 (แผนที่)


User login

เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาสิเป็นของจริง

          คงจะไม่มียุคใดของสังคมไทยที่สภาพสังคมจะสะท้อนความจริง สัจธรรมของคำพูดข้างต้นได้ดีเท่านี้อีกแล้ว  หม่อมเจ้า สิทธิพร กฤดากร เจ้าของวาจาสิทธิ์ดังกล่าวซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ที่ผันตนเองมาเป็นชาวนา พัฒนาการเกษตร จนได้รับยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งเกษตรแผนใหม่” ของไทย ด้วยความเชื่อว่าเกษตรคือพื้นฐานของประเทศ จากวิศวกรที่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศอังกฤษ แต่กลับมิได้หลงใหลได้ปลื้มกับยศถาบรรดาศักดิ์และความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุเทคโนโลยี ด้วยมองเห็นในแก่นของชีวิตว่า แท้ที่สุดแล้ว มนุษย์ต้องพึ่งพาข้าวปลาอาหาร เงินทองเป็นเพียงสิ่งสมมุติเท่านั้น  แต่สังคมที่ก้าวหน้าด้วยวัตถุอย่างทุกวันนี้ จิตกลับตาลปัตรมองเห็นมายาเป็นของจริง เห็นของจริงเป็นมายา และทุ่มเททั้งชีวิต แม้กระทั่งทะเลาะเบาะแว้งฆ่าฟันกันเพื่อแย่งชิงสิ่งที่เป็น “มายา” ด้วยสารพัดวิธี หากไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องได้ด้วยกล และถ้ายิ่งเป็นผู้มีอำนาจด้วยแล้ว กิเลสของ “มายา” นี้ก็สามารถสร้างความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า สร้างความวิบัติได้คณานับ อันตัวอย่างมีให้เห็นโดยไม่ต้องพูด

          ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะต้องหันกลับมามองความจริงให้ทะลุ อย่าหลงอยู่ในโมหภูมิ จงเชื่อในสัจธรรมข้อนี้ เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาสิเป็นของจริง เร่งสร้างข้าวปลาอาหารให้สมบูรณ์ให้เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้  อย่าปล่อยให้ความสมบูรณ์ของทรัพยากร ผืนดิน ป่า น้ำ ที่บรรพบุรุษได้สร้าง และสืบทอดกันมาต้องถูกทำลาย ถูกปล้นไปด้วยแรงโมหะ โลภะ  เกษตรกรหลายคนกำลัง “ตาโต” ขายที่อันเป็นสมบัติที่ปู่ย่าตายายรักษามาด้วยความลำบากให้กับคนต่างชาติ และสุดท้ายเปลี่ยนตนเองให้เป็น “แรงงาน” รับจ้างราคาถูกในเมือง มีชีวิตอยู่อย่างไร้ศักดิ์ศรี

          ในยุคที่โลกกำลังประสบภาวะวิกฤตด้านอาหาร “ผืนดิน” คือปัจจัยการผลิตที่สำคัญที่สุด และจะกลายเป็นสิ่งที่ถูกจับจ้องขโมยเอามาครอบครองจาก “ทุน” เพราะสุดท้ายมนุษย์ขาดน้ำมันได้ แต่มนุษย์ขาดอาหารไม่ได้ “ทุนใหญ่” จะร่วมมือกันแย่งชิง ผืนดิน จากเกษตรกรรายเล็กรายน้อยเอามาเป็นของตนเองด้วยวิธีการต่าง ๆ  นานา อำนาจรัฐผนวกกับอำนาจเงินจะทำให้ ที่ดิน ค่อย ๆ หลุดมือจากเกษตรกรเจ้าของตัวจริงไปตกอยู่ในอุ้งมือของ “ทุนใหญ่” ประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยเหมือนกับที่เจ้าของร้านโชห่วยรายเล็กรายน้อยทั่วประเทศที่ต้อง “ร้องไห้” อยู่ในอาการเจ๊งหรือปิดกิจการเพราะไม่อาจสู้กับทุนใหญ่ได้โดยที่รัฐไม่ได้เหลียวแล (หรือรัฐอาจจะมีเจตนาให้เป็นไปอย่างนี้เพราะรัฐก็คือ ทุนใหญ่ ผู้ได้ผลประโยชน์นั่นเอง)

          ประเทศไทยได้ถูก “มายา”ของเงินทอง ทำให้ประเทศกลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรม เป็นที่กักเก็บของสารพิษทั้งในดิน ในน้ำ ในอากาศ จนมีผลไปถึงสารพิษในคน ทรัพยากรแร่ธาตุจำนวนมากถูกกอบโกยไปเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรม ทั้งเหล็ก ดีบุก ตะกั่ว สร้างความมั่งคั่งให้กับ “ทุนใหญ่” จนประเทศแทบไม่เหลืออะไรแล้ว ขณะนี้ประเทศกำลังถูกจับจ้องอีกครั้งเพื่อขโมยความมั่งคั่งของ “ผืนดิน” ไปให้ต่างชาติ ด้วยความช่วยเหลือของ “ทุนไทย” ไร้สำนึก  คงปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะนี้คนไทยจำนวนมากทำตัวเป็น “นอมินี” ให้กับต่างชาติ ในการกว้านซื้อที่ดินทั้งที่กฎหมายกำหนดไม่ให้ต่างชาติถือครอง ในยุคที่ “เงิน” อยู่เหนือ “สำนึก” อีกไม่ช้าคนไทย ก็คงจะเป็นแค่ “ผู้อาศัย” เหมือนผู้คนในประเทศอาร์เจนตินาที่คนส่วนใหญ่เป็นแค่ “แรงงานรับจ้าง” เท่านั้น

          หากที่ดินจำนวน 320 ล้านไร่ของไทย เป็นของต่างชาติจนหมดสิ้นแล้วเมื่อไหร่  ถึงตอนนั้น เราคนไทยทุกคนคงต้องแปลงสภาพเป็น “แรงงานทาส” ในประเทศของตนเองอย่างช่วยไม่ได้ การกลับมาท่องจำคำว่า “เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาสิของจริง” ก็คงสายไปเสียแล้ว

แหล่งที่มา: 
คม ชัด ลึก 7 มิถุนายน 2551