โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

Navigation

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์ฯ มาบเอื้อง ๐๓๘-๒๖๓๐๗๘ (แผนที่)


User login

ถึงเวลาจัดตั้ง “ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย” 4

 

ถึงเวลาจัดตั้ง “ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย” 4

     ฉบับที่แล้ว เราย้ำเน้นถึงการสร้างหลักสูตรที่เน้น “รากฐาน” ของสามัญสำนึก ที่ถือเป็น “หัวใจ” ของการพัฒนาคน การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืนจะไม่มีทางเป็นไปได้ หากผู้คนในสังคมไม่รู้จัก “กำพืด” ของตนเอง สังคมไทยในอดีตเป็นสังคมที่มั่งคั่ง สมบูรณ์ มั่งคั่งด้วยเวลา จิตใจ และทรัพยากรธรรมชาติ เราดำเนินชีวิตบนความสมดุลย์ระหว่าง โลกทางกายภาพ และโลกทางจิตวิญญาณ

     การสร้างให้คนมีมิติทางจิตวิญญาณนักพัฒนา เหมือน การสร้างคนนำทาง ที่ต้องรู้เส้นทาง รู้ต้นทางที่นำผู้เดินทางมาสู่จุดที่ยืนอยู่ปัจจุบัน รู้ว่าทางที่ไปสู่เป้าหมายนั้นไปทางไหน ที่สำคัญต้องรู้ว่า ระหว่างเส้นทางนั้น ทางไหนเป็นทางที่ปลอดภัย ระหว่างเส้นทางเดินนั้นมีลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศอย่างไร
     สังคมไทยในขณะนี้หากเปรียบกับนักเดินทาง ก็เหมือนคนกำลังหลงทาง ไม่รู้แม้แต่ว่า เดินทางมาจากไหน จะเดินต่อไปทางไหน และจะไปอย่างไร จะไปเผชิญกับอะไรบ้าง แต่เรายังโชคดีที่มี ผู้นำทางอัจฉริยะ ที่พยายามจะชี้ให้เราหันกลับมาดูต้นทาง หันกลับมาหาเข็มทิศนำทาง ที่จะเป็นหลักประกันไม่ให้เราหลงทางอีก
     คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ความอุดมสมบูรณ์ ข้าวปลาอาหาร ความใสสะอาดของสายน้ำ ผืนป่าชุ่มชื้นทั่วทั้งแผ่นดินที่เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำ และสายฝน แหล่งน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงคนทั้งประเทศ ผู้คนที่มีเวลาให้แก่กัน มีเวลาดูแลจิตใจของกันและกัน มีมิตรภาพ มีความจริงใจ และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน  ทั้งหมดเป็น “ความจริง” เป็น “ราก” เป็น “กำพืด” ของสังคมชาวพุทธแบบไทย ที่ดำรงอยู่จริงในอดีต ถ้าเราเชื่อว่า นี่คือต้นทางที่ดีงาม ไฉนเลยเราจะไม่กลับมาหา และรักษาต้นทางที่ดีงามนี้ไว้

     ปูทะเลย์มหาวิชชาลัยได้ขานรับภารกิจในการจรรโลงต้นทางที่ดีงามนี้ ให้ปรากฏเป็นตำราจริงบนผืนดิน โดยภูมิสถาปัตยกรรมของมหาวิทยาลัยจะครอบคลุมกินเนื้อที่ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เป็นห้องเรียนธรรมชาติที่เป็นของจริง ศาสตร์แห่งความสัมพันธ์ระหว่างโลกทางกายภาพ และทางจิตวิญญาณที่สมดุลย์ของ พระองค์ท่านที่เปรียบเสมือนผู้นำทางอัจฉริยะ ตั้งแต่ น้ำ ป่า ดิน ภูเขา รวมทั้งสามัญสำนึก แห่งคุณธรรม ความรู้ และการรู้จักการพึ่งตนเอง จะได้รับการถ่ายทอดลงเป็นตำราที่มีชีวิตจริง มิใช่เพียง ตำราบนกระดาษที่ผู้คนท่องจำแล้วก็ลืมอีกต่อไป

     นอกจากภารกิจในการรักษา องค์ความรู้ ที่เป็นรากของสังคมไทยแล้ว ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย ยังต้องปวารณาตัวเป็น สถาบันแห่งการพัฒนาองค์ความรู้ สัมพันธภาพที่สมดุลย์ระหว่างโลกทางกายภาพ และโลกทางจิตวิญญาณของสังคมไทย ให้ลึกซึ้งต่อไป และยังต้องเป็น เข็มทิศชี้นำให้ผู้เดินตามไม่หลงทิศ จากต้นทางที่ดีงาม ไปสู่ปลายทางที่ดีงาม ตลอดเส้นทาง หลายๆ ครั้งของการพูดคุยในที่สาธารณะ อาจารย์ยักษ์แห่งมหาลัยคอกหมู ย้ำเน้นตลอดเวลาถึงความสำคัญในการสร้างการเชื่อมต่อ ต้นทางที่ดีงาม และปลายทางที่ดีงาม ให้ปรากฏเป็นรูปธรรมในสถาบันการศึกษาของเรา ได้เชิญชวนให้ผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์ทั้งหลายช่วยกันคิด ช่วยกันหาทางออกให้ผู้คนในบ้านเมืองนี้ หลุดออกมาจากโมหภูมิของการเบียดเบียน แย่งชิง ฆ่าฟัน  หลายๆ ครั้งหัวใจก็พองโต เพราะมีผู้คนสนใจ ถูกจุดประกาย แต่ไม่นานจิตใจก็แฟบ ห่อเหี่ยว เพราะความสนใจที่ปรากฏให้เห็น เหมือนฟองสบู่ที่ฟูฟ่องลอยได้ประเดี๋ยวก็แตก รากของความเพียรที่บริสุทธิ์ไม่ค่อยมีให้พบเห็นมากนักในสังคมปัจจุบัน แต่ไม่เป็นไร เรายังไม่สิ้นหวัง เพราะเรามีผู้นำทางอัจฉริยะ เป็นผู้นำความคิด เรากำลังจะมีมหาวิทยาลัยที่จะเป็นผู้สร้างเข็มทิศ ไม่ให้ผู้คนเดินผิด หลงทิศ อีกต่อไป

 

 

แหล่งที่มา: 
คม ชัด ลึก 17 มีนาคม 2550