โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

Navigation

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์ฯ มาบเอื้อง ๐๓๘-๒๖๓๐๗๘ (แผนที่)


User login

ธรรมชาติกำลังเตือนมนุษย์ให้ “หยุด” ทำร้ายธรรมชาติ

 

ธรรมชาติกำลังเตือนมนุษย์ให้ หยุดทำร้ายธรรมชาติ

          วันนี้ขอพักเรื่องที่ยังค้างอยู่ในฉบับที่แล้ว ขอนำเรื่องที่คิดว่า “เร่งด่วน” จากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในระยะ 1-2 เดือนมานี้มา “เตือนภัย” กัน ถ้าจำกันได้ ส ค ส ปี 2547 ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงมอบให้พสกนิกรในปี 2547 เป็นรูปลูกระเบิด 4 ลูกกระจายอยู่ทุกทิศ ตีความได้ว่ามนุษย์กำลังเผชิญกับวิกฤติใหญ่หลวง 4 ประการ

1.ภัยพิบัติร้ายแรงทางธรรมชาติ

2.ภัยจากโรคระบาด

3.ภัยจากภาวะเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพง

4.ภัยจากความขัดแย้งของมนุษย์จนเป็นสงคราม

เราได้เห็นภัยพิบัติทั้ง 4 อย่างจากสื่อหนังสือพิมพ์ทุกวัน แต่ภัยพิบัติทางธรรมชาติโดยเฉพาะในระยะ 3-4 ปีมานี้ ได้มีสัญญาณ “เตือน” จากธรรมชาติที่ “ถี่ยิบ” ขึ้นทุกวัน ให้มนุษย์ “หยุดทำร้าย” ธรรมชาติเสียที หาไม่มนุษย์อาจจะเป็นผู้รับผลกรรมทั้งหมดจากการกระทำของตนเองจากการที่มนุษย์ทำให้เกิดภาวะ “โลกร้อน” เราลองมาทบทวนกันใหม่ว่า ในระยะ 3-4 ปีมานี้ ธรรมชาติส่ง “สัญญาณ” เตือนอะไรเราบ้าง และ “สัญญาณ” เตือนนี้ ได้ส่งความเสียหายมากน้อยขนาดไหน

ปี 2003 คลื่นความร้อนทั่วยุโรปฆ่าประชากรโลกร่วม 35,000 คน

ปี 2004 พายุเฮอร์ริเคน แคทารินา โหมกระหน่ำประเทศบราซิล เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ครั้งหนึ่งเคยกล่าวว่ามันเป็นไปไม่ได้ ที่ทะเลแอตแลนติกใต้จะมีพายุเฮอร์ริเคน

ปี 2004 ประเทศอเมริกาต้องบอบช้ำอย่างหนักจากพายุทอร์นาโด

ปี 2004 ที่คนไทยต้องร้องไห้ทั่วประเทศ และโลกต้องสูญเสียคนเกือบ 200,000 ในคราวเดียวจากเหตุการณ์คลื่น ยักษ์ สึนามิ

ปี 2005 พายุเฮอร์ริเคนเอมลี่กระหน่ำแมกซิโกอย่างหนัก

ปี 2005 พายุเฮอร์ริเคน คาทรินา พัดถล่มรัฐฟลอริดา และ นิวออร์ลีนส์อย่างไม่ปราณี สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างประมาณค่ามิได้ ตามด้วยเฮอร์ริเคนริตาที่กระหน่ำลอสแองเจลลิส ในอีก 2 เดือนต่อมา

ปี 2005 โลกก็ต้องรับรู้ความเดือนร้อนทุกหัวระแหงจากความผิดปกติของธรรมชาติ เริ่มต้นที่น้ำท่วมใหญ่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จีน ตามมาด้วยอินเดียที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลก

ในระยะ สองสามเดือนมานี้ ธรรมชาติ ก็ยิ่งส่งสัญณาณ “เตือน” ในอัตราที่ “หนักหน่วง” ขึ้นไปอีก

  1. ไฟป่าในประเทศออสเตรเลียในช่วงเดือนธันวาคมได้ทำลายป่าไม้ไปมากกว่า ล้าน เอเคอร์ ซึ่งนับว่าร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศออสเตรเลีย
  2. เมลเบอร์น แคนเบอร์ราในประเทศออสเตรเลีย มีหิมะตกในหน้าร้อน
  3. อากาศแปรปรวนทั่วโลก เมืองแวนคูเวอร์ในประเทศแคนาดา หนาวติดลบเป็นประวัติการณ์ แหล่งท่องเที่ยว เล่นสกีหลายแห่งทั่วยุโรป ต้องปิดตัวลงเพราะไม่มีหิมะตก อุณหภูมิในฤดูร้อนของประเทศอังกฤษ เช่น ลอนดอน สูงถึง 35 องศา ซึ่งชาวเมืองไม่เคยพบเห็นมาก่อน
  4. ไต้ฝุ่นทุเรียนในประเทศฟิลิปปินส์ได้คร่าชีวิตผู้คนกว่า 500 คน มีผู้สูญหายกว่า 600 และบาดเจ็บนับพันคน
  5. ขณะนี้เกิดพายุน้ำแข็งรุนแรงในอเมริกา ครอบคลุมพื้นที่หลายมลรัฐ ความเสียหายจากภาคเกษตรในมลรัฐแคลิฟอร์เนียเพียงอย่างเดียวมีมูลค่าสูงถึง 950 ล้าน ดอลล่าสหรัฐ ประชาชนต้องอพยพไปอยู่ตามโรงแรมเพราะไม่มีไฟฟ้าใช้ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมัน ก็กำลังเผชิญกับพายุน้ำแข็งอยู่ในขณะนี้

คาดกันว่าหน้าร้อนที่กำลังจะมาถึง ประเทศไทยก็หนีไม่พ้นอากาศที่ วิปริต เกิดภาวะที่ “แห้งแล้ง” อย่างหนัก จากภาวะรอบด้านที่เกิดขึ้นนักวิทยาศาสตร์ตะวันตก ได้ลงมติ เลื่อนเข็มนาฬิกา เข้าใกล้เวลา “โลกาวินาศ” ซึ่งสมมุติให้เป็นเวลา เที่ยงคืน เร็วขึ้นอีก “สองนาที” เป็นการเตือนให้มนุษย์ “เร่ง” แก้ปัญหาที่จะเป็นชนวนให้เกิด “โลกาวินาศ” จริงๆ นักวิทยาศาสตร์ประมาณการว่าเรามีเวลาอีกเพียงไม่ถึง 50 ปี ที่ภาวะโลกร้อนจะถึง “จุดเดือด” แต่หากฟัง “สัญญาณ” ที่ธรรมชาติกำลังบอกเรา เราคงมีเวลาไม่มากถึงเพียงนั้น ต้องถามว่า “คนไทย” ตระหนักถึง ภัยพิบัติร้ายแรงที่กำลังคืบคลานใกล้เข้ามาทุกขณะ แล้วหรือยัง และเรา “เตรียมพร้อม” อะไรกันบ้าง เราจะเหมือนคนที่ชื่นชมทะเลที่จู่ๆ น้ำทะเลก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ว่าเป็น “ของแปลก” ในเหตุการณ์ สึนามิ แล้วในที่สุดก็จบชีวิตลงด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือเปล่า

แหล่งที่มา: 
คม ชัด ลึก 27 มกราคม 2550